ริงๆ หากเป็นเช่นนั้นอาการป่วยของแม่เธอก็มีหวังแล้ว
“จริงสิ ขอเพียงแค่พวกเราหาคนคนนี้เจอ ก็สามารถรักษาอาการป่วยของแม่เธอได้แล้ว!” เย่เทียนเฉินพูดพลางมองเสี้ยวหยา
“งั้น งั้นพวกเรารีบไปหาผู้วิเศษท่านนี้กันเถอะ ไปขอร้องเขาให้ช่วยมารักษาแม่ของฉัน!”
“หยาเอ๋อร์ ผู้วิเศษท่านนี้ตอนนี้จะอยู่ที่ไหน พวกเราเองก็ยังไม่รู้ มีเพียงเบาะแสเล็กน้อยเท่านั้น แต่ว่าเธอวางใจเถอะ พวกเราจะต้องหาเขาให้เจอให้ได้อย่างแน่นอน เธอไม่ต้องกังวลจนเกินไป!” เย่เทียนเฉินรีบเปิดปากพูด
“ใช่แล้วหยาเอ๋อร์ ทุกวันเธอต้องไปเรียนและดูแลแม่ของเธอ ส่วนเรื่องตามหาผู้วิเศษท่านนี้ ก็ให้ฉันกลับเทียนเฉินไปจัดการเถอะ ยังไงซะพวกเราก็พอมีวิธีอยู่บ้าง จะมากจะน้อยก็ยังสามารถรวบรวมคนได้!” หลิงอวี่สวิ๋นยิ้มพลางกุมมือของเสี้ยวหยาแล้วพูดขึ้น
เสี้ยวหยาคิดครู่หนึ่ง มองไปทางเย่เทียนเฉินและหลิงอวี่สวิ๋นอย่างจริงจังแล้วพูดขึ้นว่า “งั้นก็ขอบคุณพวกเธอมากเลยนะ พวกเธอดีกับฉันมากจริงๆ!”
“เด็กโง่ เคยบอกแล้วไงว่าไม่ต้องเกรงใจ พวกเราเป็นเพื่อนกัน ไปเถอะ ไปกินข้าว!”
ในที่สุดก็ทำให้เสี้ยวหยามีความหวังขึ้นมาบ้าง ในใจของเธอไม่หดหู่ระทมทุกข์แบบนั้นอีกต่อไปแล้ว เธอเดินอยู่กับหลิงอวี่สวิ๋นข้างหน้าสุด พูดคุยกัน หัวเราะเป็นบางครั้ง เย่เทียนเฉินที่เห็นก็ดีใจมาก เพียงแต่เขารู้สึกว่าความกดดันของตัวเองเพิ่มขึ้นมาก ในเมื่อให้ความหวังเสี้ยวหยาไปแล้วก็ไม่สามารถทำให้เธอผ