ู่ แต่ประโยคหลังกลับบอกว่ายังไม่แต่งงาน นี่ไม่ใช่การดูตัวจะพูดละเอียดขนาดนี้ทำไมกัน
“เธอก็คือเย่เทียนเฉิน?” อาจารย์ที่ปรึกษาสาวสวยคนนั้นอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปเล็กน้อย ยืนขึ้นแล้วจ้องเย่เทียนเฉินพลางเอ่ยถาม
“ใช่แล้วครับ ดูเหมือนว่าสาวสวยจะให้ความสนใจกับผมมาก มีอะไรจะแนะนำหรือเปล่าครับ?” เย่เทียนเฉินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
อาจารย์ที่ปรึกษาสาวสวยจ้องมองเย่เทียนเฉินโดยไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงมองสำรวจขึ้นลง ราวกับต้องการเห็นอะไรบางอย่าง เพียงแต่น่าเสียดายที่มองอยู่ครึ่งค่อนวันแล้วก็ยังไม่ได้รับผลอะไร สุดท้ายจึงพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “ครูชื่อฉินเหยาเยว่ สวัสดี ได้ยินชื่อเสียงเธอมานานแล้ว!”
“ฮ่าๆ อาจารย์ล้อเล่นแล้ว คุณเคยได้ยินชื่อผมหรอครับ?” เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“แน่นอนว่าต้องเคยได้ยินมา เธอก็คือนายน้อยเย่เทียนเฉิน ตอนนี้เป็นคนใหญ่คนโตในเมืองหลวง ตั้งแต่ที่กลับมาที่เมือง เรื่องไหนที่ทำแล้วไม่สั่นสะท้านไปทั่วทั้งเมืองหลวงบ้าง ครูสนใจเรื่องของเธอมาก ถ้ามีเวลาพวกเราก็มาคุยกันสักหน่อยเป็นยังไง?” ฉินเหยาเยว่พูด
“ไม่มีปัญหาครับ แต่ว่าวันนี้ผมไม่มีเวลา มีธุระนะครับ ต้องไปก่อนแล้ว!” เย่เทียนเฉินพูดยิ้มๆ
หลิงอวี่สวิ๋นที่อยู่ข้างๆมองอย่างมึนงง จะอย่างไรเธอก็คิดไม่ถึงว่า เย่เทียนเฉินและฉินเหยาเยว่พบหน้ากันครั้งแรกก็สามารถพูดคุยกันได้อย่างเบิกบานใจขนาดนี้ ช่างอยู่เหนือความคาด