ลับเดินเข้าไปพลางหัวเราะฮี่ๆ เขารู้ว่าชางหลางจะต้องนำข้อมูลลับสุดยอดของผู้มีพลังพิเศษมาด้วยอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นเขาคงจะไม่ขับรถมาหาตนเองตั้งแต่เช้าขนาดนี้แน่ๆ
“พี่ชางหลาง อรุณสวัสดิ์ กินข้าวเช้าหรือยังครับ? ให้น้องชายเลี้ยงดีไหม?” เย่เทียนเฉินเอ่ยถามพลางมองชางหลางด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ชางหลางมองเย่เทียนเฉินอย่างเหยียดหยาม คอยแต่หาเรื่องมาให้ตนทั้งวัน กวนทั้งเช้าเย็นจนเขาต้องรายงานหยางอี้ในตอนดึก บอกว่าเย่เทียนเฉินต้องการดูข้อมูลลับสุดยอดของผู้มีพลังพิเศษ หลังจากที่ผ่านการเจรจาต่อรองมาแล้ว หยางอี้ก็เห็นด้วย และโทรไปที่กรมความปลอดภัยสาธารณะ ชางหลางถึงได้ไปนำแฟ้มข้อมูลมาตั้งแต่เช้า คิดว่าเย่เทียนเฉินคนนี้ช่างใหญ่โตจริงๆ ทำเรื่องเหล่านี้ออกมาได้ แล้วยังเรียกตัวเองมาอีก ทำให้เขาคิดอยากจะอัดเจ้าหมอนี่สักสองทีจริงๆ
“ขึ้นรถมาสิ อย่ายืดเยื้อเวลาอีก เดี๋ยวฉันมีภารกิจจะต้องรีบกลับไป!” ชางหลางกรอกตาใส่เย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้น
“ก็ต้องเป็นแบบนั้นแหละ เวลาของผมแพงมาก ไม่ได้ว่างไปกว่าคุณหรอก!” เย่เทียนเฉินพูดพลางเดินขึ้นไปนั่งตรงที่นั่งข้างคนขับ ชางหลางมองเย่เทียนเฉินอย่างเหยียดหยามครั้งหนึ่ง สตาร์ทรถแล้วเหยียบคันเร่งออกไป
บนรถ ชางหลางส่งซองหนังซองหนึ่งให้เย่เทียนเฉิน เย่เทียนเฉินเปิดออกดูพบว่าด้านในเป็นข้อมูลของผู้มีพลังพิเศษที่ประเทศจีนควบคุมเอาไว้ในมือในหลายปีมานี้ เมื่อดูแล้วก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึ