ฉันจะไปปอกมาให้ลูกนึงเป็นไง?” เย่เทียนเฉินรู้สึกจนใจเป็นอย่างมาก มองไปทางหลิงอวี่สวิ๋นพลางกล่าว
“ไม่ต้องหรอก ขอบคุณมาก ฉันจะคุยเป็นเพื่อนคุณน้าสักหน่อยก็จะกลับแล้ว!” หลิงอวี่สวิ๋นกล่าวแล้วยิ้มให้หลัวเยี่ยน
“กลับ? อวี่สวิ๋น ดึกขนาดนี้แล้ว หนูเป็นผู้หญิงคนเดียวก็ไม่ปลอดภัย พักอยู่ที่บ้านตระกูลเย่ของพวกเราเถอะ ในบ้านมีห้องว่างอยู่ ไม่งั้นก็นอนกับเชี่ยนเหวินก็ได้ โทรไปบอกครอบครัวสักหน่อยเถอะจ้ะ!” เมื่อได้ยินว่าหลิงอวี่สวิ๋นจะกลับ หลัวเยี่ยนก็รีบเปิดปากพูด
ความจริงแล้ว หลัวเยี่ยนนั้นมีเจตนาดี เห็นว่าเวลาใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว ผู้หญิงคนเดียวคงไม่ปลอดภัย ส่วนเย่เทียนเฉินที่ได้ยินคำพูดนั้น ก็คิดว่าแม่ต้องการให้หลิงอวี่สวิ๋นพักค้างคืนอยู่ที่บ้าน และถือโอกาสให้ตนเองพัฒนาความสัมพันธ์กับหลิงอวี่สวิ๋นเสียหน่อย
“เอ๋? คุณน้าคะ หนูมีรถค่ะ ถึงตอนนั้นหนูกลับบ้านไปก็พอแล้ว ไม่เป็นไรหรอกค่ะ!” หลิงอวี่สวิ๋นเองก็พูดด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
“ดึกขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องกลับไปหรอก มันไม่ปลอดภัย เชี่ยนเหวิน ลูกยังมัวอึ้งอะไรอยู่ รีบไปเก็บกวาดห้องที่ว่างสักหน่อย ให้พี่สาวอวี่สวิ๋นนอนที่นั่น!” หลัวเยี่ยนเปิดปากพูดด้วยรอยยิ้ม
“เอ๋? ได้ ได้ค่ะ…”
เย่เชี่ยนเหวินเองก็ตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าแม่จะถึงกับรั้งตัวหลิงอวี่สวิ๋นให้ค้างที่นี่ จากนั้นจึงยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ในตอนที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้พูดอะไรก็วิ่งตึงตังข