ู้สึกว่าหัวข้อที่ตนเองยกขึ้นมาพูดจะอ่อนไหวมาก ทำให้หลิงอวี่สวิ๋นอายจนหน้าแดง แต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหลิงอวี่สวิ๋น หลัวเยี่ยนก็รู้สึกยินดีอยู่ในใจจริงๆ มีปฏิกิริยาก็แสดงว่ายังจำเรื่องในตอนเด็กๆ ได้ และยังคงมีความรู้สึกต่อเรื่องนี้อยู่
เมื่อเห็นว่าหลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่เดินจากไปแล้ว เย่เทียนเฉินก็อดไม่ได้ที่จะรีบไปนั่งข้างหลิงอวี่สวิ๋น ทั้งสองคนเปิดปากพูดพร้อมกัน
“เธอ…”
“ฉัน…”
“เธอพูดก่อน!”
“นายพูดก่อน!”
“เธอคงจะไม่พักอยู่ที่บ้านฉันจริงๆ ใช่ไหม?” เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามอย่างร้อนใจ
“นี่ นายเข้าใจให้มันชัดเจนหน่อย เป็นแม่ของนายที่รั้งฉันเอาไว้ให้พักอยู่ เชี่ยนเหวินก็ขึ้นไปเก็บกวาดห้องแล้ว จะให้ฉันทำยังไงล่ะ?” หลิงอวี่สวิ๋นกรอกตาใส่เย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้น
“ที่สำคัญก็คือแม่ของฉันมีเป้าหมายอื่น เธอเข้าใจไหม?” เย่เทียนเฉินเอ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์
“ฉันดูออกแล้ว แม่ของนายกับน้องสาวกังวลว่านายจะหาแฟนไม่ได้ ดูแล้วที่พวกเธอกังวลก็ถูกต้องแล้ว ท่าทางของนายแบบนี้ ไม่ต้องพูดเรื่องหาแฟนเลย ขนาอีคิวสักนิดก็ไม่มี ใครจะอยากเป็นเพื่อนกับนายกัน ไม่ถูกนายทำจนโกรธตายก็แปลกแล้ว!” หลิงอวี่สวิ๋นสดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะออกมา มีท่าทางมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น
“นี่ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ ที่สำคัญก็คือตอนนี้จะต้องไม่ให้แม่ของฉันเข้าใจความสัมพันธ์ของพวกเราผิด เข้าใจไหม? ถ้าหากเข้าใจผิดมากกว่าเดิม วันหน้าบอกว