ยามยิ้มออกมา
“ไม่ต้องหรอก แม่ไม่อยากกิน หยาเอ๋อร์มานั่งนี่สิลูก แม่มีอะไรที่อยากจะคุยกับลูก!” แม่ของเสี้ยวหยาพูดด้วยรอยยิ้มเมตตา
“ค่ะ! งั้นหนูจะคุยเป็นเพื่อนแม่เอง!” เสี้ยวหยาพยักหน้าแล้วพูดอย่างเชื่อฟังรู้ความ
แม่ของเสี้ยวหยามองเธอครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “หยาเอ๋อร์ เพื่อนผู้ชายของลูกคนนั้นชื่ออะไร ลูกรู้จักเขาดีหรือเปล่า?”
“แม่คะ ทำไมแม่ถึงถามแบบนี้ หมายความว่าไงคะ?” เสี้ยวหยาอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง รู้สึกกระเง้ากระงอดอยู่บ้าง
“แม่ว่าผู้ชายคนนี้ไม่เลวเลย ดีมาก ปฏิบัติต่อลูกก็ไม่เลวเลย ความเสียใจที่สุดในชีวิตนี้ของแม่ ก็คือไม่สามารถเห็นวันที่ลูกสาวของแม่เดินเข้าพิธีวิวาห์และไม่ได้เห็นลูกแต่งงานกับสามีอย่างเบิกบานใจ” แม่ของเสี้ยวหยาพูด มีความรู้สึกว่าน้ำตาจะไหล
“แม่คะ แม่พูดอะไร แม่จะต้องมีชีวิตยืนยาวเป็นร้อยปีแน่นอน ตอนนี้แม่ก็เป็นแค่โรคลำไส้อักเสบเท่านั้น อย่าได้คิดฟุ้งซ่านเลยค่ะ!” เสี้ยวหยารีบเปิดปากพูด
“ฮ่ะๆ หยาเอ๋อร์ ลูกอย่าหลอกแม่เลย ร่างกายของแม่ย่อมรู้ดีที่สุด ตอนนี้ความหวังที่ใหญ่ที่สุดของแม่ก็คือ สามารถได้เห็นหยาเอ๋อร์ของแม่แต่งออกไป มีชีวิตที่มีความสุข!” แม่ของเสี้ยวหยาพูดด้วยรอยยิ้ม
“แม่คะ แม่จะต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน จะต้องไม่เป็นอะไรแน่!” เสี้ยวหยาโถมตัวเข้าไปในอ้อมกอดของมารดา พูดอย่างแน่วแน่
เมื่อเห็นลูกสาวของตนเอง บนใบหน้าของแม่ของเสี้ยวหยาก็ปรากฏรอยยิ้ม ตั