เธอก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อน และอยากจะใช้ความพยายามของตนเองทำให้พ่อแม่มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข รวมกับพี่หลายปีมานี้ด้วยอาการป่วยของแม่จึงทำให้ไม่สามารถทำงานบ้านได้ ส่วนพ่อก็ต้องออกไปหาเงิน ดังนั้นทุกวันพอเลิกเรียนเธอก็จะรีบกลับบ้านไปทันทีเพื่อช่วยแม่ทำงานบ้าน เพื่อที่จะคลายความกังวลของแม่ลงบ้าง ทั่วทั้งหมู่บ้านเล็กๆ นี้ ทุกครอบครัวทุกตระกูลต่างก็อิจฉา อิจฉาครอบครัวเสี้ยวพี่มีลูกสาวรู้ความเชื่อฟังและผลการเรียนดีเลิศแบบนี้
“เพิ่งจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย แต่ลูกก็อายุสิบแปดปีแล้ว สามารถมีแฟนได้แล้ว จุดนี้แม่ไม่ใช่คนคร่ำครึ ลูกโตแล้วก็ควรจะมีชีวิตเป็นของตนเอง และด้วยอาการป่วยของแม่ในตอนนี้ หวังว่าจะเห็นลูกมีแฟนดีๆ สักคนให้เร็วหน่อย เพื่อนนักเรียนชายที่ชื่อเย่เทียนเฉินคนนั้น ก็ดูท่าทางไม่เลวเลย รูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลา แล้วมีความสามารถที่จะปกป้องลูกด้วย!” แม่ของเสี้ยวหยาพูดยิ้มๆ
หากว่าไม่ใช่เพราะอาการป่วยของตน บางทีแม่ของเสี้ยวหยาคงไม่พูดแบบนี้ ที่เธอพูดกับลูกสาวแบบนี้เป็นเพราะเธอเป็นห่วงตนเอง เป็นห่วงว่าอยู่ดีๆสักวันหนึ่งตนเองจะไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้อีก อยากเห็นลูกสาวมีครอบครัวที่ดี เด็กผู้หญิงคนหนึ่งแม้ว่าจะมีความสามารถอย่างไร ก็ต้องมีที่พึ่งพิง ต้องมีครอบครัวและชีวิตของตัวเอง
“แม่คะ แม่คิดมากไปแล้ว คนอื่นเขาก็แค่ใจดีมาช่วยเหลือพวกเรา ชอบไม่ชอบหนูก็ยังไม่แน่…” เสี้ยวหยาพูดเสียงเบาด้ว