นาดนี้เลย?” เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะมองหยางอี้พลางกล่าว
“ในเมื่อไอ้หนูอย่างนายไม่ตกลงงั้นก็ช่างมันเถอะ เรื่องนี้ควรจะจัดการยังไงก็จัดการอย่างนั้น ถึงตอนนั้นเกี่ยวพันไปถึงตระกูลเย่ของนาย เกี่ยวพันไปถึงพ่อแม่และน้องสาวของนาย พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว!” หยางอี้พูดอย่างไม่สะทกสะท้าน
“นี่ๆ พวกคุณนี่เปลี่ยนสีหน้ากันเร็วมากเลยนะ นี่ไม่ใช่ว่าข่มขู่กันหรอกเหรอ? ผมเกลียดการที่ถูกคนอื่นข่มขู่เป็นที่สุด!” เย่เทียนเฉินพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“ผิดแล้ว นี่ไม่ใช่การข่มขู่แต่เป็นการแลกเปลี่ยน พวกเราช่วยนายกดเรื่องตระกูลฉินและตระกูลลั่วสองเรื่อง นายก็ช่วยพวกฉันทำภารกิจสองเรื่อง ยุติธรรมที่สุดแล้ว!” หยางอี้พูดยิ้มๆ
“เอาเถอะ ลองพูดมาดูเถอะครับว่ายังมีเรื่องอะไรอีก…”
เย่เทียนเฉินทำอะไรไม่ได้แล้วจริงๆ เมื่อเผชิญหน้ากับคนใหญ่คนโตอย่างหยางอี้และท่านผู้นำ เขาก็รู้สึกไม่กล้าทำอะไรให้วุ่นวาย และไม่อยากทำอะไรมั่วซั่ว อย่างไรเสียผู้อาวุโสสองคนนี้ก็เป็นข้าราชการดีงามที่ทำเพื่อชาติเพื่อประชาชน
“ยังไม่ต้องไปคิดถึงมันชั่วคราว นายคิดทำเรื่องของตงฟางเมิ่งให้เสร็จก่อนแล้วค่อยพูดกันเถอะ” หยางอี้เอ่ย“คุ้มครองดาวมหาวิทยาลัย? ตลอดมาผมก็ไม่สนใจว่าเรื่องนี้จะเป็นยังไง ให้ภารกิจที่มันสำคัญหน่อยจะดีกว่า!”“ไม่ใช่ให้นายไปคุ้มครองเธอ แต่ให้นายไปอยู่ใกล้ๆ เธอ ไม่ให้เธอลงมือทำร้ายคนอื่น และไม่ให้คนอื่นทำร้ายเธอ สิ่งเดียวที่ฉันบอกกับน