ทำให้ชางหลางและเฮยเมี่ยนรู้สึกอับจนคำพูด
เฮยเมี่ยนหันมาถลึงตาใส่เย่เทียนเฉิน มองชางหลางแล้วพูดขึ้นว่า “ฉันยอมรับว่าไอ้หนูนี่สิมือไม่เลวเลย แต่ท่านผู้นำต้องการให้เขาไปทำภารกิจ ฉันว่าก็ยังเป็นไปไม่ได้ ไม่มีระเบียบวินัยเลยแม้แต่น้อย ควบคุมไม่ได้ ยุ่งยากเกินไป!”
ชางหลางขมวดคิ้ว เย่เทียนเฉินเป็นคนที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยจริงๆ ไม่เกรงกลัวฟ้าดิน ไม่เชื่อฟังคำสั่งเลยสักนิด เป็นพวกทำตามอำเภอใจโดยสิ้นเชิง ต้องการฆ่าใครก็ฆ่า ต่อให้คุณเป็นข้าราชการชั้นสูงก็ดี เป็นคนตระกูลสูงก็ดี ขอเพียงไปหาเรื่องเขา ก็โชคร้ายแล้ว โชคยังดีที่ในตอนนี้คนที่เขาฆ่าล้วนเป็นคนที่สมควรตาย แต่กลับเป็นคนที่ประเทศไม่กล้าแตะต้อง มิฉะนั้นเกรงว่าบุคคลระดับสูงคงจะส่งยอดฝีมือระดับสูงจำนวนมากมาล้อมฆ่าเย่เทียนเฉินไปแล้ว
“ไอ้หนูนี่ก็ไม่อยู่กับร่องกับรอยอยู่บ้างจริงๆ แต่นิสัยก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร พวกท่านผู้นำเองก็ไตร่ตรองแล้ว พวกเราอย่าไปสนใจเรื่องพวกนี้เลย!” ชางหลางพูดยิ้มๆ
“หึ ไอ้หนูนี่กล้าลงมือกับฉัน ฉันจะต้องให้มันรู้ถึงความร้ายกาจแน่นอน!” เฮยเมี่ยนแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่งแล้วพูดออกมา
เย่เทียนเฉิน ไม่รู้ว่าตนเองนอนหลับอยู่บนรถนานแค่ไหน ในตอนที่รถจอดลงและชางหลางปลุกเขาให้ตื่น เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พบว่าเป็นเวลาตีสองกว่าแล้ว ไม่รู้ว่ารถขับมาถึงสถานที่ใด เห็นเพียงว่ารอบด้านมืดมาก คล้ายกับจะเป็นจุดชมวิวแห่งหนึ่ง มีคฤหาสน์แห่งหนึ