เซิ่งต๋านี่พูดด้วยรอยยิ้ม
ชางหลางและเย่เทียนเฉินขึ้นรถ หลูเซิ่งต๋านั่งอยู่บริเวณที่นั่งข้างคนขับ มีลูกน้องคนสนิทของเขาเป็นผู้ขับรถ
เรื่องนี้มีผลกระทบที่เกี่ยวพันมากมาย กล่าวได้ว่าช่วงหลายปีมานี้ ข่าวใหญ่ที่ครึกโครมไปทางประเทศ ทั้งยังเป็นข่าวใหม่ที่ปะทุขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เกิดขึ้นเพราะคนคนเดียว นั่นก็คือเย่เทียนเฉิน
“หลูเซิ่งต๋า หลังจากที่ฉันไปถึงกรมแล้ว คงทำได้เพียงลงบันทึกให้นายเท่านั้น แล้วก็ต้องไปแล้ว!” ชางหลางคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปากออกมา
“ได้ ได้ครับ ขอบคุณพี่ชางหลาง!”
หากว่ากันตามเหตุผล ชางหลางเองก็เป็นหนึ่งในผู้พบเห็นการฆ่าล้างตระกูลลั่ว กระทั่งเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์คนหนึ่ง แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงมือ แต่ก็มองดูเย่เทียนเฉินฆ่าลั่วซงเฉิงไปต่อหน้าต่อตา อีกทั้งเขายังมีเจตนาช่วยเหลือเย่เทียนเฉิน เรื่องนี้ไม่สามารถปล่อยไปได้
แต่ด้วยฐานะของเขา ต่อให้หลูเซิ่งต๋ามีความกล้ามากกว่านี้เป็นร้อยเท่า ก็ไม่กล้ารั้งตัวชางหลางเอาไว้ ต่อให้เป็นคำสั่งของเฉินเซิงก็ทำไม่ได้
“น้องเย่ คืนนี้จะ…จะลำบากคุณให้ค้างอยู่ที่กรมสักคืนได้ไหม ผมให้คนเก็บกวาดห้องที่หรูหราที่สุดเอาไว้แล้ว รับประกันได้เลยว่าพอๆ กับโรงแรมห้าดาว!” หลูเซิ่งต๋ารีบมองเย่เทียนเฉินแล้วพูดออกมาตามจริง
“ไม่มีปัญหา ผมเป็นพวกปรับตัวตามสถานการณ์ได้ แต่พอสว่างผมจะต้องไปแล้วนะครับ ผมยังต้องไปลงทะเบียนที่มหาวิทยาลัยหลงเถิง วันที่หนึ่งกันยายนก็