“ช่วยผมเหรอ? งั้นก็ต้องขอบคุณแล้ว แต่ยังไงผมก็ไม่สนใจหรอก เรื่องตระกูลฉินเป็นพวกเขาที่มาหาเรื่องผมเอง ผมเป็นพวกรู้จักแต่ทำตามหลักการ เรื่องอื่นไม่สนใจ ถ้าใครมาหาเรื่อง ผมจะรอต้อนรับเลย!” เย่เทียนเฉินนั่งบนก้อนหินก้อนหนึ่งในสนามหญ้า พูดอย่างไม่แยแส
ชางหลางมองเย่เทียนเฉินแวบหนึ่ง ตอนนี้เขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจนิสัยของเจ้าหมอนี่แล้ว ตอนที่ไม่มีเรื่อง ก็ยังก่อเรื่องวิวาทสนุกสนาน แล้วยังพูดหยอกล้อให้เจ็บใจได้อีกหลายประโยค พอเอาจริงขึ้นมา ใครไปยั่วยุนิดหน่อยก็ไม่ได้ หากคิดจะใช้กำลัง สิ่งที่จะได้รับก็มีเพียงกำปั้นของเขา
เมื่อครู่กูตู๋อ๋างและเย่เทียนเฉินต่างลงมือ ชางหลางรู้สึกโชคดีที่ตนมาทันเวลาและหยุดการต่อสู้ถึงขั้นเป็นตายของเจ้าสองคนนี้ไว้ได้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่ากูตู๋อ๋างและเย่เทียนฉินใครแกร่งใครอ่อน แค่พูดถึงฐานะปัจจุบันของกูตู๋อ๋างก็สูงถึงระดับผู้นำแล้ว ต่อให้เป็นตำแหน่งนายพลของตนในสมัยก่อนก็เทียบไม่ได้ หากเขาสู้กับเย่เทียนเฉินจริงๆ แล้วได้รับบาดเจ็บหรือถูกเย่เทียนเฉินฆ่า ปัญหาเก่ายังไม่ทันได้สะสางก็คงเกิดปัญหาใหม่ขึ้นมาจริงๆ
เรื่องตระกูลฉินเรียกได้ว่าสั่นสะท้านไปทั้งเมืองหลวง ขนาดบุคคลระดับสูงของประเทศยังต้องให้ความสนใจ หากว่ากันตามจริง ชางหลางรู้สึกนับถือไอ้หนูเย่เทียนเฉินนี่จริงๆ ถึงกับแบกโลงศพไปที่ตระกูลฉิน อัดฉินเทาหยวนและฉินเหิงสองพ่อลูกจนเละ ขนาดฉินอี้ก็ยังถูกเขาทำให้โกรธจนตา