เย็นได้อยู่อีก ไม่รู้จริงๆ ว่านายไม่รู้ว่าตัวเองก่อเรื่องใหญ่ขนาดไหน หรือนายไม่เห็นตระกูลฉินอยู่ในนายตากันแน่?”
ชางหลายอดไม่ได้ที่จะนับถือเย่เทียนเฉินขึ้นมา คนคนนี้ไม่ว่าจะเวลาไหนก็มีท่าทางสงบเยือกเย็น ไม่มีความกระวนกระวายจนเสียมาดเลยสักนิด จิตใจแข็งแกร่งเช่นนี้ทำให้ชางหลางรู้สึกประหลาดใจ
“จริงสิ เมื่อก่อนกูตูอ๋างเป็นลูกน้องของคุณ ความสัมพันธ์ของพวกคุณควรจะไม่เลวถึงจะถูก ทำไมกลายเป็นคู่แค้นไปได้ หรือระหว่างพวกคุณเคยมีความสัมพันธ์ลับๆ อะไรกัน?” เย่เทียนเฉินพูดซุบซิบแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไอ้หนูนี่ ทำไมชอบทำให้คนอยากกระทืบนายให้แบนแบบนี้นะ?” ชางหลางมองเย่เทียนเฉินอย่างจนใจพลางกล่าว
“คุณพี่ชางหลางครับ เรื่องนี้คุณเป็นคนผิดนะ ยุคนี้เป็นยุคที่เปิดกว้าง เรื่องความรักก็ไม่แบ่งแยก เรื่องเกย์ก็ยอมรับได้!” เย่เทียนเฉินตบบ่าชางหลาง ทำราวกับว่าชางหลางและกูตู๋อ๋างมีอะไรต่อกันแล้วกลัวว่าจะถูกเปิดเผยต่อสายตาชาวโลกจนตนเองต้องเข้ามาแนะนำ
“ฉันว่าไอ้หนูอย่างนายมันไม่รู้จักดีชั่วจริงๆ การต่อสู้ระหว่างฉันกับนายในครั้งนี้ไม่ต้องให้นายพูดฉันก็จะลงมือเองแล้ว!” ชางหลางกรอกตาใส่เย่เทียนเฉิน
เย่เทียนเฉินหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่ ชางหลางเป็นคนที่ล้อเล่นไม่ได้จริงๆ ทุกการกระทำล้วนจริงจังอย่างมาก ถูกตนเองหยอกล้อไปไม่กี่คำก็รับไม่ได้ซะแล้ว สนุกดีจริงๆ
“เห้อ จะว่าไปผมก็ชอบเรื่องซุบซิบมาก พูดมาเถอะ ระหว่างคุณกับกูตู๋