กว่าตระกูลฉินจบเห่แล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ?” เย่เชี่ยนเหวินเองก็กล่าวถามอย่างร้อนใจ
“ความลับสรรค์ไม่อาจแพร่งพราย!” เย่เทียนเฉินกล่าวยิ้มๆ จงใจกระตุ้นให้อยากรู้
เย่เชี่ยนเหวินจ้องเย่เทียนเฉินผู้เป็นพี่ชายใหญ่อย่างดุดัน เดินเข้าไปแล้วใช้มือเล็กๆ หยิกเอวเย่เทียนเฉิน เอ่ยขึ้นว่า “พี่คะ ถ้าพี่ยังกล้ามาพูดให้อยากรู้อยู่อีก หนูจะลงมือให้หนักเชียว!”
“เทียนเฉิน ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” หลัวเยี่ยนนเองก็ถามด้วยความกังวล
ชั่วชีวิตนี้ต้องบอกว่าคนที่เย่เทียนเฉินกลัวที่สุดก็คือหลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่และเย่เชี่ยนเฉินน้องสาว ถ้าหากเป็นผู้หญิงแบบคนอื่นๆ อะไรนั่น เขาก็ไม่สนใจ หยอกล้อบ้างเป็นครั้งคราวก็เพื่อเติมความสุขให้ชีวิต มีเพียงหลัวเยี่ยนและเย่เชี่ยนเหวินที่ไม่อาจทำผิดด้วยได้ ครอบครัว มีความสุขความผูกพันธ์อยู่ข้างใน
“เรื่องมันเป็นแบบนี้ ตอนที่ผมตามไปถึง ฉินเหิงกับฉินเทาหยวนสองพ่อลูกก็ลุกไม่ขึ้นแล้ว ส่วนฉินอี้ผู้เฒ่าคนนี้ ก็โกรธจนสลบไป แขกรับเชิญทั้งหมดของตระกูลฉินก็หนีไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น…”
เย่เทียนเฉินย่อมไม่อาจบอกเรื่องที่ตนเองไปก่อเรื่องที่ตระกูลฉินให้แม่กับน้องสาวฟังได้ ถ้านี่ยังไม่ทำให่พวกเธอตกใจสิแปลก คำที่พูดให้พวกเธอฟัง เพียงจะทำให้พวกเธอกังวลใจเป็นอย่างมาก หรือกระทั่งอกสั่นขวัญหาย อำนาจของตระกูลเย่ไม่อาจสู้ตระกูลฉินได้โดยสิ้นเชิง ครั้งนี้เย่เทียนเฉินไปก่อเรื่องที่ตระกูลฉิ