กล่าวตามจริงแล้ว ยามนี้ฉีหรูเสวี่ยเองก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไร เธอจึงต้องการเจอเย่เทียนเฉิน ต้องการเจอเจ้าคนบ้าในใจของเธอ เธอรู้ว่าตนเองหวังมากเกินไป เย่เทียนเฉินเย็นชากับตนมาตลอด อีกทั้งฉินเหิงและเย่เทียนเฉินก็มีความแค้นต่อกัน เย่เทียนเฉินจะมาได้อย่างไร? หรือถ้ามา ไม่ใช่ว่าเป็นการรนหาที่ตายหรอกหรือ?
แต่ฉีหรูเสวี่ยไม่อาจควบคุมความคิดเช่นนี้ในใจของตนได้ เธอยังคงเฝ้ารอการปรากฏตัวของเย่เทียนเฉิน ต่อให้คนคนนี้มามองเธอแค่แวบเดียวก็ตาม ทีละเล็กทีละน้อย ในขณะที่ฉีหรูเสวี่ยไม่รู้ตัว ในใจของเธอก็มีเงาของเจ้าบ้านี่ประทับอยู่ สลัดอย่างไรก็ไม่หลุด
คำพูดของฉินเหิงทำให้ฉีหรูเสวี่ยชะงัก อดไม่ได้ที่จะมองฉินเหิงอย่างดุดันแวบหนึ่ง สำหรับคนต่ำช้าไร้ยางอาย และจิตใจเริ่มวิปริตเล็กน้อยนั้น ฉีหรูเสวี่ยไม่อยากจะสนใจ
“ไม่ต้องรอแล้ว เย่เทียนเฉินไม่มาหรอก แต่ก็นะ ฉันล่ะอยากให้มันมาจริงๆ เธอดูรอบๆ สิว่ามีใครอยู่บ้าง…” ฉินเหิงกระซิบข้างหูฉีหรูเสวี่ยอย่างโหดเหี้ยม
ฉีหรูเสวี่ยมองลงไปด้านล่าง พบว่าทั่วทุกสารทิศของสวนตระกูลฉิน ดูเหมือนในระยะห่างทุกๆ สิบเมตรจะมีบอดี้การ์ดถือปืนอยู่หนึ่งคน ที่แท้ฉินเหิงก็มีการเตรียมการไว้นานแล้ว
ต้องบอกว่าฉินเหิงโง่มาก นี่มันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง เมื่อเกิดมาในตระกูลชั้นหนึ่งเช่นนี้ ต่อให้โง่ก็ยังมีความคิดจะฆ่าคนอยู่มาก ที่ฉินเหิงบอกให้ฉินอี้ผู้เป็นปู่ไปยังตระกูลฉีเพื่อเล