“ฉีหรูเสวี่ย ฉันได้ยินมาว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเย่เทียนเฉินไม่เลวเลยนี่ ไม่รู้ว่าตอนที่เขาได้ยินข่าวการหมั้นของเธอกับฉันจะมีปฏิกริยายังไง?” ฉินเหิงนั่งอยู่ในรถสุดหรู มองไปยังฉีหรูเสวี่ยที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ แล้วเอ่ยขึ้นทั้งยิ้มอย่างลำพองใจ
ฉีหรูเสวี่ยมองฉินเหิงอย่างรังเกียจ เธอเจ็บใจและเสียใจเป็นอย่างมาก เดิมทีตนเองอยู่ที่บ้านตระกูลเย่เพราะอยากจะหลบเลี่ยงการหมั้นกับฉินเหิง แต่ด้วยอำนาจอิทธิพลของตระกูลฉีการจะหาเธอนั้นง่ายมาก หลังจากที่ฉีชางเซิ่งผู้เป็นพ่อหาฉีหรูเสวี่ยพบ ก็พูดกับเธอเพียงประโยคเดียวว่า ถ้าไม่กลับตระกูลฉี ก็ตัดพ่อตัดลูกกันไปเลย ตระกูลฉีไม่อาจอดทนกับเธอได้อีกต่อไป ยังมีอีกอย่างก็คือ หากว่าเธออาศัยอยู่ที่ตระกูลเย่ และทำให้การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลฉีและตระกูลฉินไม่สำเร็จ เกรงว่าคนตระกูลเย่จะต้องเข้ามาพัวพันและถูกแก้แค้นไปด้วย
วันเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันกับแม่และน้องสาวของเย่เทียนเฉินเหล่านี้ ฉีหรูเสวี่ยมีความสุขมาก พวกเธอเห็นตนเองเป็นดั่งคนในครอบครัว ได้คุยเล่นกันและไปช้อปปิ้งด้วยกันกับพวกเธอ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ไม่มีความรู้สึกฝืนใจเลยแม้แต่น้อย นี่ถึงจะเป็นชีวิตที่ฉีหรูเสวี่ยต้องการ
ดังนั้น ฉีหรูเสวี่ยรู้ดีว่าพ่อของตนพูดได้ก็ทำได้ ถ้าหากตนเองไม่ยอมกลับบ้านจริงๆ แม่และน้องสาวของเย่เทียนเฉินจะต้องมีอันตรายแน่นอน อำนาจอิทธิพลของตระกู