ปชั่วครู่ ก่อนจะหันไปหยิบไม้เท้าที่วางไว้ข้างๆ เขายืนข้างบ่อน้ำแล้วพูดว่า “แก่แล้ว ไม่มีประโยชน์ซะแล้ว ผมยังมีอีกกระบวนท่าหนึ่ง ถ้าหากคุณสามารถรับได้ เรื่องนี้ผมจะไม่ยุ่งอีก แล้วก็ยุ่งไม่ได้ด้วย!”
“ไม่จริงมั้ง ยังเหลือกระบวนท่าอีกเหรอ?” เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความประหลาดใจ
“ลองดูหน่อยถอะ ด้วยความสามารถของคุณคงจะรับไว้ได้” โทมัสพูดยิ้มๆ
“แล้วถ้ารับไม่ได้ล่ะ?” เย่เทียนเฉินถามด้วยรอยยิ้มยั่วเย้า
“งั้นก็จะกลายเป็นฝนเลือดกองหนึ่ง…”
การต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือไม่ได้เป็นการต่อสู้ถึงขั้นเป็นตายหรือต้องพูดจารุนแรงใส่กันอย่างที่ใครหลายคนจินตนาการ มันไม่ใช่สิ่งจำเป็น คนที่ไปถึงขอบเขตนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความสามารถหรือจิตใจต่างก็ไม่ใช่อะไรที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้ กล่าวให้ชัดเจนก็คือ การต่อสู้ถึงขั้นเป็นตายจริงๆ นั้นไม่มีใครได้ประโยชน์ หลายครั้งที่ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นนั้น หลังจากที่รู้แพ้รู้ชนะแล้ว ผู้แพ้ย่อมรู้ดีว่าควรจะทำอย่างไร
เย่เทียนเฉินไม่ตอบ แต่กลับรวบรวมสมาธิทั้งหมด เพราะโทมัสเพิ่งจะพูดจบก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว เขายืนอยู่ข้างบ่อน้ำ ใช้ไม้เท้าในมือขวาวาดวงแสงกลางอากาศราวกับเป็นไม้คทา โทมัสวางไม้เท้าไว้ด้านหนึ่ง มือทั้งสองประกบเข้าด้วยกันแล้วประทับไปยังวงแสง
ครืน!
พื้นดินสั่นไหวไปทั่วทั้งสวนดอกไม้ อากาศก็ราวกับถูกสั่นสะเทือน เย่เทียนเฉินรู้สึกว่าตนเองแทบจะยืนไม่อยู่ การผันผวนของพลังพิเ