“ทำอะไร? อยากจะตีฉันเหรอ? ฉันจะตอบโต้แน่ๆ อย่าคิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วฉันจะเธอกลัวนะ!” เย่เทียนเฉินมองหลิ่วหรูเหมยอย่างไม่พอใจพลางกล่าว
“นาย…ไอ้คนสมองหมู ในสมองไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่บ้าง” หลิ่วหรูเหมยเองก็ก็โกรธจนทำหน้ายับปากยู่
“ถ้าฉันเป็นหมู งั้นเธอก็เป็นเหมือนฉันนั่นแหละ เพราะตอนนี้เธอกำลังคุยภาษาหมูๆ อยู่เหมือนกัน ถ้าแบ่งตามเพศ ฉันเป็นหมูตัวผู้ ส่วนเธอก็เป็นหมูตัว…ฮ่าๆๆๆ!”
“ฉันจะฆ่านาย!”
เมื่อเห็นว่าเย่เทียนเฉินและหลิ่วหรูเหมยเริ่มก่อเรื่องกันขึ้นมาอีก หย่งชุนไท่ หลิวอวี่ เจียงเหมิงและเฟยอวิ๋น ทั้งสี่ต่างก็มองอย่างอับจนคำพูด ขอเพียงสองคนนี้เจอหน้ากัน จะต้องทะเลาะกันไม่รู้จักจบจักสิ้นราวกับศัตรูคู่อาฆาต โดยเฉพาะในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่เป็นอันตรายถึงความเป็นความตายเช่นนี้ ทั้งสองก็ยังมีกะจิตกะใจทะเลาะกันอีก นับถือพวกเขาจริงๆ
เมื่อสักครู่หลิ่วหรูเหมยยังอดที่จะเป็นห่วงเย่เทียนเฉินไม่ได้ แต่เมื่อได้พบคนคนนี้ โดยเฉพาะท่าทางไร้เหตุผลของเขา รวมกับปากที่พูดจาไม่มีหูรูดของเขา ทำให้ไฟแห่งความโกรธของเธอลุกโชน อยากจะอัดเจ้าหมอนี่แรงๆ สักยก น่าเสียดายที่ฝีมือของตัวเองอ่อนกว่าเขา
“เอาล่ะ พวกเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ เวลาเหลือไม่มากแล้ว” หย่งชุนไท่เปิดปากกล่าว
“อืม ผมเดาว่าทั้งรัฐวอชิงตันคงถูกปิดล็อดไว้หมดแล้ว บนอากาศก็มีเครื่องบินทหารบินวนไปวนมา จะสามารถออกไปจากเขตรัฐวอชิงตันได้หรือไม่ ล้วนเป็น