ด้ให้เก็บกวาดคฤหาสน์ตระกูลหลิ่วที่พินาศย่อยยับ กระทั่งมีศพอยู่เต็มพื้น มีทั้งศพไร้หัว และพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดสดๆ มองดูแล้วทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นกลัว
“ไปเถอะคุณหนู เจ้าหนูนั่นไม่เป็นอะไรหรอก อย่าได้เป็นห่วงไปเลย!” หย่งชุนไท่เห็นหลิ่วหรูเหมยยืนอยู่กับพี่ มองไปยังประตูรั้วของคฤหาสน์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล จึงได้หล่าวขึ้น
“ใคร ใครเป็นห่วงเขากันคะ หนูก็แค่กลัวว่าถ้าเจ้าคนชั่วนั่นตายไป จะกระทบกับปฎิบัติการครั้งนี้” หลิ่วหรูเหมยได้สติกลับมาก็กล่าวด้วยใบหน้าแดงก่ำ แต่สายตากลับยังมีเจือแววกังวลที่มิอาจลบออกไปได้
หากจะกล่าวว่าหลิ่วหรูเหมยหลงรักเย่เทียนเฉินเข้าแล้ว ก็ดูจะเร็วเกินไป รวมกับเรื่องที่ถูกใส่ร้ายเมื่อก่อน ทำให้เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง แต่ว่าโดยที่ไม่รู้ตัว ในใจของเธอก็ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อเย่เทียนเฉิน เปลี่ยนแปลงทัศนคติ เนื่องจากหากไม่ใช่เพราะเจ้าคนชั่วนั่น เธอก็เกือบจะตายไปแล้วถึงสองครั้ง เมื่อก่อนทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ต้องพัวพันกันอุตลุด พบหน้สกันอย่างอึดอัดใจ แต่ตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองกำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงช้าๆ ไม่ว่าเย่เทียนเฉินจะมีความรู้สึกต่อเธอหรือไม่ ในใจของหลิ่วหรูเหมยก็เป็นเช่นนี้ไปเสียแล้ว
หย่งชุนไท่เห็นทุกสิ่งเหล่านี้ในสายตา หลิ่วหรูเหมยก็เป็นดั่งหลานสาวแท้ๆ ของเธอ ถ้าหากหลิ่วหรูเหมยสามารถแต่งให้กับสามีที่แข็งแกร่งเช่นเย่เทียนเฉิน ก็นับว่าไม่เลวเลยท