้าหลิวอวี่เดินเข้าไปข้างห้องฟิตเนส ด้านหลังเย่เทียนเฉินสองมือล้วงกระเป๋ากางเกง ปากคาบบุหรี่มวนหนึ่งเดินตามไป ยามนี้ เจียงเหมิงและเฟยอวิ๋นมาเห็นฉากนี้เข้าพอดี ทั้งสองพลันคิดออกว่าเกิดอะไรขึ้น จึงรีบตามไปเงียบๆ
แต่เมื่อเย่เทียนเฉินเดินเข้าไปในห้องฟิตเนส หลิวอวี่ก็ปิดประตู เจียงเหมิงกับเฟยอวิ๋นจึงมิอาจมองเห็นสถานการณ์ภายในได้
“แม่งเอ๊ย มองไม่เห็น ไปเถอะ!” เฟยอวิ๋นกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ
“อย่าเพิ่งสิ รอก่อน พวกเรารอดูกันเถอะว่าเย่เทียนเฉินจะถูกอัดจนเละขนาดไหน…” เจียงเหมิงหัวเราะอย่างชั่วร้ายพลางกล่าว
เฟยอวิ๋นพยักหน้า เดิมทีเขาก็อยากจะลงมือกับเย่เทียนเฉินเพื่อสั่งสอนที่มาดูหมิ่นกองทัพเหยี่ยว แต่หลิวอวี่ยอดฝีมือคนนี้ลงมือ ฝีมือของเขาแข็งแกร่งกว่าตนเอง ดังนั้นจะต้องสามารถอัดเย่เทียนเฉินจนโง่งมได้แน่นอน
“ดี พวกเรารออยู่ตรงนี้ พอถึงเวลาจะได้พูดฉีกหน้าเจ้าคนโอหังนี่สักหน่อย” เฟยอวิ๋นเปิดปากกล่าวอย่างโหดเหี้ยม
เจียงเหมิงยิ้มอยู่กับเฟยอวิ๋นกันสองคน นั่งลงบนเก้าอี้เอนไม่ไกลเพื่อรอเย่เทียนเฉินถูกอัดจนโง่งม รอชมเรื่องน่าหัวเราะของเจ้าหมอนี่
ไม่ถึงห้านาที ประตูห้องฟิตเนสถูกเปิดออก เจียงเหมิงกับเฟยอวิ๋นรีบยืนขึ้นแล้วมองไป เห็นเพียงเย่เทียนเฉินยังคงไม่มีการบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย ในปากคาบบุหรี่ สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง เดินฮัมเพลงออกมา เจียงเหมิงและเฟยอวิ๋นเห็นดังนั้นก็อึ้งจนปากอ้าตาค้าง ตกใจจนคางแทบหลุด