น หากพวกเขาเข้าไปยั่วโมโหไม่ใช่ว่าเป็นการรนหาที่ตายหรอกหรือ?
“เอาล่ะ แผนการในครั้งนี้ก็คือ เจียงเหมิงและเฟยอวิ๋นอยู่ปกป้องคฤหาสน์ เพื่อป้องกันศัตรูมาลอบโจมตีที่นี่จนส่งผลให้พวกเราไม่มีที่ให้กลับ ฉันกับหลิวอวี่จะออกไปก่อนเพื่อเปิดทางพวกที่ซุ่มโจมตีด้านนอก ส่วนเย่เทียนเฉินก็พาคุณหนูไปยังสถานที่แลกเปลี่ยน” หย่งชุนไท่เปิดปากกล่าวอย่างจริงจัง
“แผนพวกนี้ไม่จำเป็นแล้วล่ะครับ เพราะผู้อื่นเขามาหาถึงประตูแล้ว!” เย่เทียนเฉินโยนองุ่นเม็ดหนึ่งเข้าปากแล้วกล่าวเรียบๆ
“เฮอะ คิดว่าตัวเองเป็นหมอดูผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ รึไง? ถ้ามีคนมาหาถึงที่พวกเราจะไม่รู้ได้ไง” เจียงเหมิงกล่าวเสียงเย็น
“อย่านึกว่าตนเองมีความสามารถแล้วจะมาอวดเบ่งอะไรก็ได้นะ” เฟยอวิ๋นกล่าวอย่างไม่เชื่อ
หย่งชุนไท่ หลิ่วหรูเหมยและหลิวอวี่ ทั้งสามเองก็มองไปยังรอบๆ คฤหาสน์ด้วยความสงสัย สุดท้ายจึงมองไปยังเทียนเฉิน คิดว่าคนคนนี้เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก เนื่องจากทั้งนอกและในคฤหาสน์มีแต่ความเงียบสงัด เย่เทียนเฉินบอกว่าศัตรูมาหาถึงที่แล้ว ทำไมถึงไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เลยแม้แต่น้อย?
“สาม…”
“สอง…”
“หนึ่ง…”
ตู้ม!
เย่เทียนเฉินนับถอยหลัง คำวาหนึ่งยังไม่ทันกล่าวจบก็เกิดเสียงดังสนั่น ประตูรั้วเหล็กของคฤหาสน์ตระกูลหลิ่วกระเด็นออกไป…
………………………………………………