“นาย…”
“เทียนเฉิน กำหนดการของพวกเราเป็นเช่นนี้ หลังจากที่ถึงวอชิงตันแล้ว พวกเราจะอยู่ในคฤหาสน์ของตระกูลหลิ่วทั้งวัน คอยระวังการเปลี่ยนแปลงให้ดี นอกจากพวกเราหลายคนแล้ว ยังมียอดบอดี้การ์ดของตระกูลหลิ่วอยู่อีกกลุ่มหนึ่งด้วย เชื่อว่าสามารถรับประกันความปลอดภัยเธอได้ไม่ยาก หลังจากที่ถึงตอนกลางคืน มีฉัน เจียงเหมิงและเฟยอวิ๋นสามคนบุกทะลวงเข้าไปก่อน เพื่อเปิดทางจากการลอบโจมตีของทหารรับจ้างและผู้มีพลังพิเศษ ส่วนนายคุ้มครองคุณหนูไปซื้อขายข้อมูลลับ” หย่งชุนไท่เปิดปากกล่าว
“ไม่เอาน่า? หย่งชุนไท่ หน้าที่ความรับผิดชอบที่ใหญ่ที่สุดของพวกคุณเอามาให้ผมเถอะ แนวโน้มที่ระหว่างทางจะมีการลอบโจมตีสูงมาก แต่ไปทำการซื้อขายข้อมูลอันตรายที่สุด ที่นั่นต้องมีศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดรออยู่แน่ๆ ถ้าหากหลิ่วหรูเหมยมีแขนขาน้อยลงไปสักข้างล่ะก็ อย่ามาถามหาความความรับผิดชอบจากผมนะครับ” เย่เทียนเฉินแสร้งทำเป็นตกใจพลางกล่าว
“ถ้าหากนายคิดนายไม่มีฝีมือ ก็ไปยืนอยู่ข้างๆ ซะ ให้ฉันคุ้มครองคุณหนูหลิ่วไปซื้อขายเอง” เฟยอวิ๋นกล่าวกับเย่เทียนเฉินอย่างตรงไปตรงมา
“ยืนอยู่ข้างๆ เด็กน้อยเล่นขายของรำไง มาสร้างความวุ่นวายอะไร ไม่ต้องการชีวิตแล้วหรือ?” เย่เทียนเฉินเห็นเฟยอวิ๋นเป็นเด็กน้อยไปแล้วโดยสิ้นเชิง
เฟยอวิ๋นโกรธจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน หากไม่ใช่ว่าคิดถึงงานใหญ่และคิดถึงว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ ไม่อาจฝ่าฝืนวินัยได้ เขาคงลงมือกับเย่เทียน