ผู้หญิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเย่เทียนเฉิน สวยสุดยอด สวยจนถึงขั้นมิอาจบรรยายได้ สวยล่มบ้านล่มเมือง มัจฉาจมวารีปักษีตกนภา ใช้คำเหล่านี้มาบรรยายเธอก็ล้วนแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
จากความคิดเห็นอันยอดเยี่ยมของเย่เทียนเฉินที่มีต่อผู้หญิงคนนี้ ไม่อาจไม่ยอมรับความสวยงามของเธอ ดวงตากระจ่างใส ร่างกายไร้ไขมันส่วนเกิน คิ้วงามดั่งใบหลิว เอวคอดงูน้ำ ดั่งนางฟ้าลงจากสวรรค์ บริสุทธิ์ดั่งหยกงาม สดใสจนผู้คนหลงใหล
พัดในมือเจ้าถือไว้ในหัตถ์
คอยโบกพัดดูประหนึ่งกล้วยไม้ขาว
สายรัดหยกคล้องเอวดูพร่างพราว
อาภรณ์เจ้าดุจว่ามาจากสวรรค์
ยลนวลนางพรางคิดให้ฉงน
หรืออัปสรร่วงหล่นมาจากสรวงนั่น
ยลปรางนวลแย้มสรวลให้งงงัน
งามกว่าดาวทั้งสวรรค์ก็มิปาน
“ฉันกันเธอเราสองคนไม่มีอะไรต้องพูดกัน ฉันเย่เทียนเฉินไม่ใช่คนยิ่งใหญ่อะไร ขอโทษที ฉันลาออก!” เย่เทียนเฉินกล่าวจบก็เดินตรงไปยังด้านนอกของเครื่องบิน
“หยุดนะ เย่เทียนเฉิน นายมันขี้ขลาด เรื่องเมื่อปีนั้น ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจ และไม่อยากให้นายได้รับความอัปยศเช่นนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะฉันไปขอความเมตตาจากพ่อกับแม่ นายตายไปนานแล้ว”
ขอบคุณสำหรับความเมตตาของเธอ งั้นพวกฉันหายกัน บายบาย!”
เย่เทียนเฉินยังคงไม่อยากมองผู้หญิงคนนี้ให้มากขึ้นแม้เพียงสักนาที แม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะสวยจนทำให้ผู้คนต้องหายใจติดขัด สวยจนกระทั่งำหรับเขาในชาติก่อนที่เป็นชายที่ขึ้นเตียงหับหญิงงามนับไม่ถ้วน ก็ต้องชมเชย แ