ะฉีหรูเสวี่ยเอะอะอยู่ห้องข้างๆ บางครั้งมีเสียงหัวเราะเฮฮาดังแว่วมา ทำให้เย่เทียนเฉินนอนไม่หลับ ลุกขึ้นจากเตียงด้วยความโกรธ เตรียมจะบุกไปตะโกนใส่ทั้งสองด้วยความโมโหสักยก ไหนเลยจะรู้ว่าเพิ่งจะเปิดประตูห้องนอนและเดินไปถึงข้างประตูห้องนอนของฉีหรูเสวี่ย ก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันของเย่เฉี่ยนเหวินและฉีหรูเสวี่ย
“หนูผิดไปแล้ว หนูผิดไปแล้ว พี่สาวหรูเสวี่ย อย่าจี้อีกเลย!” เย่เฉี่ยนเหวิทิ้งตัวลงบนเตียง หัวเราะออกมาเสียงดังพลางกล่าว
“ยัยเด็กตัวแสบ ถ้ายังกล้ามาเติมคำพูดของพี่สาวเธออีกล่ะก็ คอยดูเถอะว่าพี่จะจัดการเธอยังไง” ฉีหรูเสวี่ยจั๊กจี้เย่เฉี่ยนเหวินพลางกล่าว
“หยุดเถอะ หยุด พี่วาวหรูเสวี่ย หนูคิดว่าพี่พูดได้ถูกต้อง เรื่องนั้นของพี่ชายหนูมีลับลมคมใน บางทีเป็นไปได้ว่าอาจจะถูกคนอื่นใส่ร้าย…” เย่เฉี่ยนเหวินรีบขอให้ยกโทษให้แล้วจึงกลาวด้วยท่าทีจริงจัง
ฉีหรูเสวี่ยได้ยินคำพูดของเย่เฉี่ยนเหวินก็ไม่ได้เอะอะอีกต่อไป ล้มตัวนอนลงบนเตียงด้วยชุดนอนเช่นเดียวกัน ขมวดคิ้วอันงดงาม ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ เธอเป็นผู้หญิงไอคิวสูงคนหนึ่งที่เดินอยู่แนวหน้าของยุคสมัย ไม่ใช่คุณหนูสูงศักดิ์ที่เป็นดั่งแจกันประดับประเภทนั้น ประโยคที่ว่าหน้าอกใหญ่ไร้สมองสำหรับฉีกรูเสวี่ยแล้ว มีเพียงสองคำด้านหน้าเท่านั้นที่ถูกต้อง สองคำหลังนั้นผิดอย่างแท้จริง
“เฉี่ยนเหวิน เรื่องนี้พี่คิดว่าควรจะต้องตรวบสอบดูสักหน่อย ขั้นแรก มีอย่างน้อยสองจุดที