วันนั้นตอนกลางคืน บนโต๊ะอาหารมีเพียงเย่เทียนเฉิน เย่เฉี่ยนเหวินและหลัวเยี่ยนสามคนกินข้าวกัน ส่วนฉีหรูเสวี่ยเพราะว่าเขินอายจึงหลบอยู่ในห้องนอนของตนเองไม่ออกมา หลัวเยี่ยนและเย่เฉี่ยนเหวินต่างก็เข้าไปดูมาแล้ว พบว่าฉีหรูเสวี่ยกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง
ตอนนี้เอง ฉีหรูเสวี่ยที่อยู่บนเตียงในห้องนอน ใบหน้ายังคงแดงระเรื่อ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว และก็เป็นเพียงการจูบเบาๆ เท่านั้น ในสายตาของคนจำนวนมากในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลย เป็นสิ่งที่ไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึงด้วยซ้ำ แต่กลับทำให้หัวใจของฉีหรูเสวี่ยเต้นตึกตักไม่หยุด เนื่องจากนั่นเป็นจูบแรกของเธอ ถูกเย่เทียนเฉินขโมยไปเช่นนี้ จะไม่ให้ฉีหรูเสวี่ยใจเต้นหน้าแดงได้อย่างไร ถึงขนาดโกรธเคืองเล็กน้อยอีกด้วย
ฉีหรูเสวี่ยเติบโตมาในต่างประเทศโดยตลอด จนถึงปีนี้ที่เรียนที่ต่างประเทศจนจบการศึกษาถึงได้กลับประเทศมา รวมกับการหมั้นหมายของเย่เทียนเฉินในสมัยก่อน พวกนี้ล้วนแต่เป็นตระกูลที่ตัดสินใจตามอำเภอใจ ไม่ได้ผ่านฉีหรูเสวี่ยเลย ดังนั้นจึงเกิดเหตุการณ์ที่ฉีหรูเสวี่ยเจอหน้าเย่เทียนเฉินที่เครือไห่หวางและไม่ยอมถอนหมั้นขึ้น เธอไม่ใช่ว่าจะเกิดรักแรกพบกับเย่เทียนเฉิน แต่เพราะไม่อยากถูกตระกูลผูกมัด อยากจะพิสูจน์ว่าเรื่องของตัวเองก็จะทำด้วยตัวเอง ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความสุขชั่วชีวิตของตน
ตอนที่อยู่ต่างประเทศ ก็มีหนุ่มหล่อมากมาย หรือกระทั่งลูกหลานตระกูลส