โซฟา บนโซฟามีชายชราที่ผมและเคราล้วนขาวโพลนนั่งอยู่คนหนึ่ง ดูไปแล้วก็อายุเกือบเจ็ดสิบปี อีกไม่กี่ปีก็จะเกษียณแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสเลื่อนขึ้นไปอีกขั้นจากการเลือกใหม่ในครั้งนี้ สามารถส่องแสงโชติช่วงในช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ในช่วงสุดท้ายแห่งการกุมอำนาจ และผลักดันตระกูลฉินไปสู่ระดับที่สูงยิ่งขึ้น คนคนนี้ก็คือฉินอี้บิดาของฉินเทาหยวน และเป็นปู่ของฉินเหิง เป็นผู้อาวุโสแห่งตระกูลฉิน
“ผู้อาวุโสฉิน ลมอะไรพัดท่านมากันครับ เชิญดื่มชาก่อน” หยางอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
หากพูดตามตำแหน่งแล้ว หยางอี้เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการทหาร ตำแหน่งย่อมไม่ได้ต่ำไปกว่าฉินอี้ แต่เขาอายุน้อยกว่าฉินอี้เล็กน้อย จะอย่างไรฉินอี้ก็ยังเป็นุร่นพี่ หยางอี้สามารถมีตำแหน่งเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการทหารได้ ย่อมรู้ดีว่าเบื้องบนของแวดวงข้าราชการชุดนี้ เรื่องราวเบื้องหน้าต้องทำให้เรียบร้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน หลายเรื่องใช้อารมณ์โกรธเคืองในการแก้ปัญหาไม่ได้ สู้ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า
“รองประธานหยาง ผมจะไม่ขออ้อมค้อม คุณกับผมต่างก็ยุ่งด้วยกันทั้งคู่ พูดกันตรงๆ เลยก็แล้วกันนะครับ หลานของผมฉินเหิงถูกคนทำร้ายจนหน้าตาไม่เหลือเค้าเดิม ผมหวังว่าคุณจะสามารถส่งตัวคนร้ายมาให้ผมลงโทษได้ อำนวยความสะดวกให้ผม” ฉินอี้กล่าวด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนัก
ฉินอี้ปกป้องฉินเหิงผู้เป็นหลานอย่างมาก มิฉะนั้นฉินเหิงคงไม่ยะโสโอหังจนถึงขั้นนี้ เหตุการณ์นี้