องคุณและช่วยเย่เทียนเฉิน?” หยางอี้เปิดปากถามอย่างเย็นชา
“ผมจะ…”
“หุบปาก ไสหัวออกไปซะ ที่นี่มีที่ให้แกสอดปากที่ไหนกัน” ฉินเทาหยวนยังอยากจะพูดอะไรอยู่อีก แต่ถูดบิดาฉินอี้กล่าวขัดและด่าอย่างรุนแรงไปยกหนึ่ง
“พ่อ…”
“ไปหัวไป!” ฉินอี้คำรามเสียงดัง
ฉินเทาหยวนโกรธจนทนไม่ไหว ทำได้เพียงเปิดประตูเดินออกไปจากออฟฟิศของหยางอี้ ส่วนฉินอี้ปรากฏรอยยิ้มสายหนึ่งออกมาให้เห็นพลางมองไปยังหยางอี้กล่าวว่า “น้องหยาง คุณกับผมก็เป็นคนที่เจอหน้ากันในด้านการเมืองบ่อยๆ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นเรื่องที่สมควรทำ ลูกชายของผมไม่รู้ความ หวังว่าคุณจะไม่ถือสาหาความอะไร”
“ฮ่าๆ พี่ฉินพูดอะไรกัน ส่วนเรื่องที่หลานรักถูกทำร้าย ผมไม่รู้เรื่องจริงๆ ไม่งั้นตอนนี้ผมโทรหาชางหลาง ถามความสักหน่อยดีไหมครับ?” หยางอี้เป็นคนที่ฉลาดมากคนหนึ่ง แม้ว่าเขาจะรู้ว่าจริงๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็เข้าใจว่า ชางหลางช่วยเย่เทียนเฉิน ก็เพื่อทำภารกิจปกป้องบุคลากรไปแลกเปลี่ยนข้อมูลลับให้สำเร็จ ส่วนตระกูลฉินน่ะหรือ อวดอ้างอำนาจของฉินอี้ ยะโสโอหังจนเคยตัวไปเสียแล้ว
“ไม่ต้องหรอกครับ แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ผมสามารถจัดการได้ เพียงแค่มาบอกน้องหยางไว้สักหน่อย หากว่าเป็นลูกน้องของคุณพาตัวคนร้ายไปจริงๆ หวังว่าจะส่งมาให้ตระกูลฉินของผม อันธพาลเช่นนี้ กล้าทำเรื่องแบบนี้ในเมืองหลวง ไม่แน่ว่าภายภาคหน้าจะทำความผิดร้ายแรงอะไรอีก จำเป็นต้องลงโทษให้รุนแรงนะครับ”