ไรชางหลางก็มีเรื่องให้ตนช่วย เช่นนั้นทำทั้งสามเรื่องนี้ไปด้วยเลยไม่ดีหรือ?
คิดถึงตรงนี้ เย่เทียนเฉินก็ยิ้มออกมาอย่างอัปลักษณ์ คิดถึงตอนที่ตนเองยกสามเรื่องนี้ขึ้นมา ชางหลางจะโกรธจนหน้าเขียวหรือไม่ จะเกิดอาการอยากอัดตนเองแรงๆ สักหน่อยหรือไม่?
เย่เทียนเฉินเข้าไปนั่งบนที่นั่งด้านหลังของรถจี๊ปทหารกับชางหลาง เถี่ยฉุยเป็นคนขับรถ ส่วนรถจี๊ปทหารอีกหลายคันที่มีทหารติดอาวุธอยู่ก็ขับตามพวกเขามาด้านหลัง คอยคุ้มครองอยู่ตลอดเวลา นับว่าฟุ่มเฟือยเป็นอย่างมาก
ฉินเทาหยวนมองชางหลางพาตัวเย่เทียนเฉินไป โกรธเสียจนกัดฟันกรอด แทบอยากจะฆ่าชางหลางและเย่เทียนเฉินให้ตายไปด้วยกันเสียเลย แต่รู้ดีว่าชางหลางพาเย่เทียนเฉินไป เรื่องราวย่อมไม่เรียบง่ายแน่นอน เขาทำได้เพียงขอให้พ่อออกหน้าให้ เนื่องจากผู้บังคัญบัญชาของชางหลางคือหยางอี้ซึ่งเป็นรองประธาณคณะกรรมาธิการทหาร เขาฉินหยวนเทายังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะไปพูดคุยด้วยได้
“นายก็ออกมาตั้งนานขนาดนี้แล้ว ยังจะทำตัวเหลาะแหละเหมือนตอนอยู่ในกองทัพอยู่อีก” ชางหลางมองเย่เทียนเฉินที่สูบบุหรี่อยู่ด้านข้างพลางกล่าว
“พอเถอะ มีอะไรก็พูดมาเถอะครับ ผมไม่ใช่คนที่ชอบพูดจาอ้อมค้อม” เย่เทียนเฉินรู้ว่าชางหลางมาหาตนจะต้องมีธุระแน่นอน คงไม่ได้จัดกำลังทหารมาเต็มซะขนาดนี้เพื่อมาเชิญตนเขาดื่มชาหรอก!
ชางหลางมองเย่เทียนเฉินครู่หนึ่ง กล่าวตามจริง ในตอนนี้เขาประหลาดใจในตัวเย่เทียนเฉินมากขึ้นทุก