จะได้ประโยชน์อะไร?” เย่เทียนเฉินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม“ขึ้นรถสิ พวกเราขึ้นไปคุยกันบนรถ” ชางหลางกรอกตาใส่เย่เทียนเฉินพลางกล่าวเย่เทียนเฉินหัวเราะฮี่ๆ เดินตามชางหลางไปอย่างเชื่อฟัง ชางหลางกล่าวได้ไม่ผิด ตัวเย่เทียนเฉินเองนับว่าไม่มีอะไรที่ต้องการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่และน้องสาวจะไม่ต้องการ พ่อยังต้องการปืนป่ายขึ้นไปให้สูงกว่านี้อีกสักหน่อย น้องสาวเองก็ต้องการเข้ามหาวิทยาลัยหลงเถิง ส่วนแม่นั้นต้องการเปิดร้านเสริมสวยเป็นของตนเองมาโดยตลอด ถึงอย่างไรชางหลางก็มีเรื่องให้ตนช่วย เช่นนั้นทำทั้งสามเรื่องนี้ไปด้วยเลยไม่ดีหรือ?คิดถึงตรงนี้ เย่เทียนเฉินก็ยิ้มออกมาอย่างอัปลักษณ์ คิดถึงตอนที่ตนเองยกสามเรื่องนี้ขึ้นมา ชางหลางจะโกรธจนหน้าเขียวหรือไม่ จะเกิดอาการอยากอัดตนเองแรงๆ สักหน่อยหรือไม่?เย่เทียนเฉินเข้าไปนั่งบนที่นั่งด้านหลังของรถจี๊ปทหารกับชางหลาง เถี่ยฉุยเป็นคนขับรถ ส่วนรถจี๊ปทหารอีกหลายคันที่มีทหารติดอาวุธอยู่ก็ขับตามพวกเขามาด้านหลัง คอยคุ้มครองอยู่ตลอดเวลา นับว่าฟุ่มเฟือยเป็นอย่างมากฉินเทาหยวนมองชางหลางพาตัวเย่เทียนเฉินไป โกรธเสียจนกัดฟันกรอด แทบอยากจะฆ่าชางหลางและเย่เทียนเฉินให้ตายไปด้วยกันเสียเลย แต่รู้ดีว่าชางหลางพาเย่เทียนเฉินไป เรื่องราวย่อมไม่เรียบง่ายแน่นอน เขาทำได้เพียงขอให้พ่อออกหน้าให้ เนื่องจากผู้บังคัญบัญชาของชางหลางคือหยางอี้ซึ่งเป็นรองประธาณคณะกรรมา