็คือ เด็กคนนี้จะมีความสามารถพอที่จะรับภารกิจครั้งนี้ได้หรือไม่” หลางอี้มองชางหลางพลางกล่าว
“หัวหน้า เกี่ยวกับเรื่องที่เขาจะสามารถทำภารกิจครั้งนี้สำเร็จหรือไม่ ผมไม่กล้ารับประกัน รู้แต่ว่าเด็กคนนี้แข็งแกร่งมาก เถี่ยฉุยไม่ใช่คู่มือของเขา” ชางหลางเปิดปากพูด
หยางอี้ขมวดคิ้ว จากนั้นจึงมองชางหลางพลางกล่าวว่า “นายต้องเข้าใจว่า ภารกิจครั้งนี้เป็นภารกิจพิเศษไม่เหมือนภารกิจทั่วไป ระหว่างทางไปยังประเทศเขา ไม่รู้ว่าจะพบกับยอดฝีมืออะไรบ้าง หากว่าเด็กคนนี้ไม่สามารถเอาชนะยอดฝีมือทั้งหมด ไม่สามารถปกป้องคนตระกูลหลิ่ว และไม่สามารถไปทำภารกิจให้สำเร็จได้ จะมีความสูญเสียต่อประเทศจีนของพวกเราเป็นอย่างมาก คนก็เป็นนายที่แนะนำมา ดังนั้นนายก็รับผิดชอบไป…”
ชางหลางชะงักไปชั่วครู่ เขาเข้าใจความหมายของรองประธานหยางอี้ มีตำแหน่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของรองประธานคณะกรรมาธิการทหารมาสิบกว่าปี ชางหลางย่อมเข้าใจว่าหยางอี้เป็นคนเช่นไร ถึงแม้ว่าทั้งสองจะมีความสัมพันธ์แบบลูกน้องหัวหน้าที่เคร่งครัด แต่ก็พูดได้ว่าเป็นความสัมพันธ์แบบเพื่อนและเพื่อนร่วมงานด้วย ดังนั้นชางหลางจึงเรียกหยางอี้ว่า “หัวหน้า” อย่างสนิทสนม แต่ก็เข้าใจดีถึงความสาหัสของภารกิจครั้งนี้ หากว่าเกิดความผิดพลาดแม้เพียงครึ่งส่วน ใครก็มิอาจแบกรับความรับผิดชอบนี้ไหว
……………………………………………………………….