“พอแล้วเย่เทียนเฉิน!” เถี่ยฉุยขวางเบื้อหน้าเย่เทียนเฉินพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน
“คุณบอกว่าพอก็ต้องพองั้นเหรอครับ? ผมคิดว่ายังไม่พอ!” เย่เทียนเฉินมองเถี่ยฉุยพลางกล่าวอย่างไม่ยอมถอยสักก้าว
“นาย…นายต้องรู้ด้วยว่านี่จะมีผลร้ายอะไร ทำเรื่องร้ายแรงเช่นนี้ ตระกูลเย่คุ้มครองนายไม่ได้แน่!”
เถี่ยฉุยคิดไม่ถึงเลยว่าเย่เทียนเฉินจะแข็งกร้าวเช่นนี้ ลงมือหนึ่งครั้ง ก็มีแนวโน้มว่าจะหยุดไม่ได้ พลังที่ปล่อยออกมารุนแรงเป็นอย่างมาก ขนาดเขาก็ยังรู้สึกได้ว่าบนร่างกายของเย่เทียนเฉินแผ่กลิ่นอายอำนาจราวจักรพรรดิออกมา จึงอดตกตะลึงอยู่ในใจไม่ได้ ตกลงชายคนนี้แข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่?
“ผลลัพธ์เดี๋ยวผมรับผิดชอบเองทั้งหมด ลั่วซงเฉิงต้องการฆ่าผมก่อน ผมก็แค่โต้ตอบเท่านั้น ผมเย่เทียนเฉินต่ไหนแต่ไรไม่เคยหาเรื่อง แต่ก็ไม่กลัวมีเรื่อง” เย่เทียนเฉินกล่าวเสียงเข้ม
“ถ้าหากว่านายกล้าลงมือกับลั่วซงเฉิงจริงๆ เกรงว่าตระกูลเย่ทั้งตระกูลจะต้องถูกฆ่าทั้งตระกูลแน่” เถี่ยฉุยกล่าวเสียงเย็น
“งั้นเหรอ? ผมลงมือกับลั่วซงเฉิงก็จะถูกฆ่าทั้งตระกูล ลั่วซงเฉิงลงมือกับตระกูลเย่ของผม แล้วไม่ต้องถูกฆ่าทั้งตระกูลหรือไงกัน? นี่มันตรรกะ อะไรกัน? ในเมื่อพูดด้วยเหตุผลไม่ได้ งั้นก็ได้แต่ใช้หมัดอธิบายเหตุผลแล้ว!” เย่เทียนเฉินกล่าวสบถอย่างเย็นชา
ตอนนี้เอง ลั่วซงเฉิงที่ถูกบังไว้ด้านหลังเถี่ยฉุย โกรธจนหน้าเขียวคล้ำ แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีใครกล้ามาดูถูกเขาเช