ไหว”
“ใจเย็นลงหน่อย? เมื่อกี้ตอนที่ลั่วซงเฉิงยิงปืนเตรียมจะฆ่าพ่อของผม ทำไมคุณไม่บอกให้เขาใจเย็นลงหน่อย? เถี่ยฉุย เดิมทีผมคิดว่าคุณเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง ดูท่าแล้วคจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น” เย่เทียนเฉินกล่าวพลางหัวเราะเสียงเย็น
ใช่แล้ว ในวันที่เย่เทียนเฉินแบกหานเจี๋ยกลับมายังค่ายทหาร ครั้งแรกที่ได้พบกับเถี่ยฉุย เขาคิดว่าคนที่เป็นหัวหน้าหน่วยมังกรฟ้าคนนี้พอใช้ได้ ฝีมือแข็งแกร่ง ปรากฏกลิ่นอายความยุติธรรมอยู่บนใบหน้า ดังนั้นความประทับใจที่เขามีต่อเถี่ยฉุยนั้นจึงไม่เลวเลย ไหนเลยจะรู้ว่าเถี่ยฉุยตอนนี้ไม่แบ่งแยกถูกผิด ยืนอยู่ข้างลั่วซงเฉิง ทำให้เย่เทียนเฉินรู้สึกเหยียดหยาม
“นาย…นายทำไมไม่รู้จักดีชั่ว ฉันไม่อาจมองพ่อนายถูกฆ่าได้หรอก ไม่ให้นายลงมือก็เพราะไม่อยากให้ตระกูลเย่เจอเรื่องยุ่งยากที่เก็บกวาดไม่ได้!” เถี่ยฉุยกล่าวพลางกำหมัดแน่น
“ความหวังดีของคุณผมรับไว้ในใจแล้ว ผมเย่เทียนเฉินหาเรื่องยุ่งยากเอง ก็รับผิดชอบเอง ไม่เกี่ยวกับตระกูลเย่ หลีกไป!”
เย่เทียนเฉินโกรธเข้าแล้ว ในเมื่อไอ้แก่ลั่วซงเฉิงอยากจะสั่งให้ทหารที่เป็นลูกน้องของตนยิงปืนฆ่าล้างตระกูลเย่ เขาย่อมไม่นั่งมองเฉยๆ แน่ พ่อกับแม่ต่างก็อยู่ที่นี่ เพื่อความปลอดภัยของพวกเขา เย่เทียนเฉินไม่ลังเลเลยที่จะฆ่าลั่วซงเฉิง ชายชราคนนี้โอหังใช้อำนาจบาตรใหญ่อยู่ในจิงตูมานานหลายปี เรื่องเลวๆ ก็ทำไว้ไม่น้อย จะอย่างไรก็สมควรตาย
“นายคิดจริงๆ หรือว่าฉันจะขว