ๆ รู้จักแต่ต่อสู้แย่งชิงทรัพย์สินของครอบครัว เคยพบกับศึกใหญ่เช่นนี้ที่ไหนกัน มีคนใช้มีดจ่อบนคอพวกเขาครั้งหนึ่งพวกเขาก็ไม่ได้คิดถึงตระกูลเลยแม้แต่น้อย หวาดกลัวจนฉี่แทบราด คุกเข่าขอความเมตตา
“พะ..พี่ลั่ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับผมเลยสักนิด ไอ้คนไม่เอาไหนเย่เทียนเฉินเป็นคววามอัปยศของตระกูลเย่ของพวกเรา หากว่าเขาฆ่าหลานชายทั้งสองของพี่จริงๆ จะฆ่าก็ฆ่าเขาเถอะ จะจัดการอย่างไรก็แล้วแต่พี่เลย!” เย่มู่ไป๋รีบเปิดปากพูด
“น้องสาม แกยังจะมัวตะลึงอะไรอยู่ รีบส่งไอ้เด็กอกตัญญูนี่ให้พี่ลั่วเร็วเข้า อย่าให้เหนื่อยมาถึงพวกเรา” เย่เฮ่อกั๋วก็พูดตาม
“ในเมื่อลุงสามกับลุงสองพูดเช่นนี้ งั้นฉันก็เข้าใจ หลานสองคนของแกถูกฉันฆ่า ไม่เกี่ยวข้องกับคนอื่นๆ ในตระกูลเย่ของพวกเรา อยากจะแก้แค้นก็มาหาฉันนี่” เย่เทียนเฉินกล่าวกับลั่วซงเฉิงด้วยรอยยิ้ม
“ดี ดี ดี แกกล้ามาก! ผู้อาวุโสเย่ คุณควรจะรู้ไว้นะว่ามีหลายนเช่นนี้ เย่หง แกมีลูกชายแบบนี้เกรงว่าจะตื่นขึ้นมาหัวเราะกลางดึกเลยล่ะสิท่า!” ลั่วซงเฉิงโกรธจนปอดแทบระเบิด กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มมืดครึ้มจากความโกรธ
“พี่ลั่ว อย่าได้โกรธไป เรื่องนี้ผมคิดว่ามีความเข้าใจผิด…” เย่หงเห็นว่าลั่วซงเฉิงมีท่าทีแปลกประหลาด ก็รีบเปิดปากพูด
“เข้าใจผิด? ยังจะมาเข้าใจผิดอะไรอีก ลูกชายของแกยอมรับเองกับปาก ตระกูลเย่ของพวกแกช่างเหิมเหริมจริงๆ ดูท่าทางอยากจะปืนป่ายขึ้นมาล่ะสิ วันนี้ฉันจะไม่ใช้เหตุผล