้วนตุ๊ต๊ะคนหนึ่งกล่าวถามพลางยิ้ม
“อะไรน่าตกตะลึง?”
“นายโม้รึเปล่า ยังที่ข่าวที่ครึกโครมยิ่งกว่าหลี่เถี่ยหัวหน้ากลุ่มอิทธิพลใต้ดินของจิงตูถูกฆ่าอีกเหรอ?” มีคนกล่าวถามอย่างไม่เชื่อ
ชายร่างอ้วนยิ้มอย่างจองหอง มองคุณชายคนอื่นๆ หลายคนที่นั่งอยู่แล้วกล่าวว่า “ข่าวพวกนี้ของพวกนาย จริงๆ มันล้าหลังไปแล้ว หลี่เถี่ยเป็นสุนัขรับใช้ของตระกูลฉินนั้นไม่ผิด แต่ว่าคนที่มีความแค้นกับหลี่เถี่ยนั้นมีเยอะ ถูกฆ่าไปก็ไม่แปลก ไม่แน่ว่าจะเป็นเหมือนที่พวกนายคิดหรอก ที่ว่ามีคนต้องการต่อต้านตระกูลฉิน”
“งั้นนายพูดมาสักหน่อยสิ ข่าวของนายที่ชวนตกตะลึงมันคืออะไรกันแน่?”
“ฉันคิดว่าเป็นไปไม่ได้หรอก ข่าวของกลุ่มพวกเราไม่นับว่าล้าหลังแล้ว จิงตูมีเรื่องอะไร พวกเราจะไม่รู้เหรอ?”
“ชิ ข่าวนี้ของพวกนาย มันไม่มีประเด็นอะไรให้พูดแล้ว ฉันจะบอกพวกนายตามจริง เมื่อคืนนี้ลั่วเทากับลั่วเหลยถูกคนฆ่าตาย อีกอย่างคนลงมือยังทิ้งข้อความไว้ที่สถานที่เกิดเหตุแถวหนึ่ง พวกนายเดาดูสิว่าเป็นใคร?” ชายร่างอ้วนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อะไรนะ? ไม่จริงใช่ไหม ลั่วเหลยกับลั่วเทาถูกคนฆ่าแล้ว?”
“พระเจ้า ใครกล้าฆ่าคนตระกูลลั่ว ลั่วซงเฉิงไม่ใช่คนเคี้ยวง่าย นี่จะต้องทำให้เกิดความโกลาหลแน่!”
“เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง ข่าวใหญ่ระเบิดขนาดนี้ ทำไมพวกเราไม่เคยได้ยิน?”
เย่เทียนเฉินได้ยินข่าวนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปชั่วครู่ เขาไม่ได้คาดการณ์ว่าอู๋เสวี่ยจะฆ่าลั่วเหลยแ