ไม่ได้ลงมือจริงๆ เพราะเอาแต่สังเหตวิธีออกหมัดและกระบวนท่าของอู๋เสวี่ย ตอนนี้ในเมื่อดูออกแล้ว เขาจึงเตรียมกระตุ้นพลังพิเซษระดับราชันย์เพื่อต่อสู้กับอู๋เสวี่ย บางทีอาจจะทะลวงไปสู่ระดับจอมราชันย์ก็ได้
ฝีมือของอู๋เสวี่ยแข็งแกร่งมาก อีกทั้งยังเป็นผู้สืบทอดวิชาของพรรควรยุทธ์โบราณ ไม่เพียงได้เรียนรู้ทักษะวิชาของพรรควรยุทธ์โบราณ ยังมีการฝึกฝนพลังภายในอีกด้วย ตอนนี้หากเย่เทียนเฉินอยากจะอาศัยความสามารถของร่างกายนี้โดยไม่ใช้พลังพิเศษเอาชนะอู๋เสวี่ยแต่ก็ค่อนข้างยากลำบาก สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เย่เทียนเฉินสัมผัสได้ว่าพลังพิเศษในร่างของตนกำลังเดือดพล่าน มีสัญญาณที่จะทะลวงไปสู่ระดับจอมราชันย์อยู่ลางๆ จึงต้องสู้กับอู๋เสวี่ยสักครั้ง ยืมพลังทะลวงไปสู้ระดับจอมราชันย์
“จากที่ฉันดู มวยสิงอี้ของนายยังฝึกไม่ถึงขั้นสูงสุด!” สายตาเย่เทียนเฉินเปลี่ยนเป็นคมกริบ เขาเอ่ยขึ้นในขณะที่มองอู๋เสวี่ย
“แก…แกรู้ได้ยังไงว่านี่คือมวยสิงอี้?”
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉิน อู๋เสวี่ยก็อดตกใจไม่ได้ เขาเคยกราบยอดฝีมือของพรรควรยุทธ์โบราณคนหนึ่งเป็นอาจารย์จริงๆ การฝึกฝนมวยสิงอี้สิบกว่าปี ประสานกับการฝึกฝนพลังภายในของมวยสิงอี้ ทำให้ฝีมีพัฒนาไม่หยุด กลายเป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ยากที่จะหาคนสู้กับตนได้
สิ่งที่ทำให้อู๋เสวี่ยตกใจก็คือ แม้ว่าด้วยการพัฒนาของวิทยาการในปัจจุบันจะทำให้พรรควรยุทธ์โบราณค่อยๆ เลือนหายไปจากสายต