หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จ เย่เทียนเฉินและฉีหรูเสวี่ยมองเขม่นกันแวบหนึ่ง จากนนั้นเย่เทียนเฉินก็ขึ้นไปชั้นบน เพื่อเตรียมตัวเข้านอน คืนนี้ยังต้องไปกำจัดหลี่เถีย คิดว่าหมีภูเขาที่เป็นลูกน้องของหลี่เถียคงจะนำคำพูดที่บอกว่าตนเองจะไปเยี่ยมเยียนไปบอกเรียบร้อยแล้ว พักผ่อนเติมแรงให้เต็มที่สักหน่อย เที่ยงคืนยังต้องออกไปต่อสู้อีก
“ฉันเหลือกุ้งมังกรครึ่งตัว นายจะกินไหม?” ฉีหรูเสวี่ยตั้งใจยกกุ้งมังกรครึ่งตัวมา ยิ้มพลางกล่าวแซวเย่เทียนเฉิน
เย่เทียนเฉินกลืนน้ำลายเอื๊อก ถ้าหากว่าเป็นของอย่างอื่น ย่อมไม่อาจดึงดูดความสนใจของเขาได้แน่ ยกเว้นของอร่อยเท่านั้น ต้องยอมรับเลยว่าคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์อย่างฉีหรูเสวี่ย ทั้งฉลาดและมีไหวพริบ อาหารที่ทำก็ไม่แย่ โดยเฉพาะกุ้งมังกรและเป๋าฮื้อที่ดูน่ากินมาก ขนาดหลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่ที่ไม่ชอบกินเป๋าฮื้อมาโดยตลอด ก็ยังกินไปสองตัวอย่างอดไม่ได้
“ไม่กิน อาหารของเธอนี่ ยังอร่อยสู้เครื่องปรุงรสบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ได้เลย” เย่เทียนเฉินกล่าวพลางกรอกตามองบนใส่ฉีหรูเสวี่ย
“ไม่กินก็ช่าง ฉันจะเก็บไว้เป็นอาหารเช้าพรุ่งนี้” ฉีหรูเสวี่ยยกยิ้มหวาน ท่าทางดูน่ารักอยู่หลายส่วน
เห็นท่าทางพออกพอใจของฉีหรูเสวี่ย เย่เทียนเฉินก็รู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย ที่คิดไม่ออกก็คือ ทำไมยัยนี่ถึงได้จับจุดอ่อนของเขาได้เร็วขนาดนี้กันนะ?
เย่เทียนเฉินหมุนกายจากไป ไม่สนใจฉีหรูเสวี่ยอีก เขากังวลจริงๆ ว่าตนเอ