านมากกว่านี้ มีเพียงการต่อสู้เท่านั้นที่จะสามารถกระตุ้นแก่นพลังในสมองและสามารถขุดพลังภายในชีพจรออกมาได้“งั้นก็ดี ถ้าหากแกแพ้ ฉันจะไม่ฆ่าแก!” เย่เทียนเฉินยังคงกล่าวด้วยรอยยิ้มอู๋เสวี่ยขมวดคิ้ว เขารู้สึกได้ถึงความไม่ธรรมดาของเย่เทียนเฉิน เมื่อก่อนตอนที่รับการว่าจ้างให้ไปฆ่าคน เขาก็จะบอกกับคนที่จะถูกฆ่าเช่นนี้ คนจำนวนมากหากไม่คุกเข่าร้องขอชีวิต หรือพยายามเสี่ยงชีวิตกับตน ก็จะขยับขาวิ่งหนี แต่ว่าเย่เทียนเฉินไม่เหมือนกัน ตอนที่ทราบว่าตนมาเพื่อฆ่าเขา ก็ยังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงตลอด ไม่ขยับเขยื้อน คนที่มีรอยยิ้มที่ดูไร้ไร้พิษสง ขนาดอู๋เสวี่ยยังรู้สึกเกรงกลัวเล็กน้อย“ฉันจะรอแกอยู่ที่ป่าใกล้ๆนี่!” อู๋เสวี่ยได้สติกลับมา ไม่พบร่างเขาบนขอบหน้าต่างแล้วเย่เทียนเฉินยิ้มบางพลางลุกขึ้นยืน เดินออกไปจากห้องนอนของตนเอง ขณะที่เห็นหลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่ เย่เชี่ยนเหวินน้องสาว และฉีหรูเสวี่ยคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์ กำลังพูดคุยหยอกล้อกันอยู่ ก็เอ่ยขึ้นว่า “ผมออกไปเดินเล่นย่อยอาหารสักหน่อยนะครับ!”“เดินเล่น? ย่อยอาหาร? พี่ พี่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปแค่ถ้วยเดียวไม่ใช่เหรอ? ยังจะอาหารไม่ย่อยอีกเหรอ?” เย่เฉียนเหวินกล่าวถามด้วยความแปลกใจ”“อยากจะออกไปหาอะไรกินก็บอกมาชัดๆ เถอะ จะทำฟอร์มไปทำไม!” ฉีหรูเสวี่ยเองก็กล่าวพลางยิ้มอย่างพออกพอใจ“เธอสิออกไปหาอาหาร เธอสิยัยตะกละ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่างหากล่ะที่สุดยอด อร่อยกว่า