ั้งตระกูล แบบนั้นก็แย่แล้วล่ะ!” เย่มู่ไป๋ลุงใหญ่ของเย่เทียนเฉินกล่าวเป็นคนแรกด้วยรอยยิ้มเย็นชา
“ใช่แล้ว ตอนนี้ตระกูลเย่ของพวกเราตกอับ พ่อก็ไม่ได้มีอำนาจในมือมานานแล้ว จะมีใครมาไว้หน้าพวกเราตระกูลเย่อีก เจ้าเด็กอตัญญูนั่นกล้าหาญจริงๆ กล้าลงมือแม้กระทั่งหลานชายสองคนของตระกูลลั่ว มันคงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้วล่ะ!” ลุงสองเย่เฮ่อกั๋วพูดพร้อมกับส่ายหัว
“พวกคุณ…” หลัวเยี่ยนโมโหมาก ตอนแรกเธอคิดว่าไม่ว่ายังไงก็เป็นครอบครัวเดียวกัน แม้ว่าในยามปกติพี่ชายสองคนจะไม่ชอบครอบครัวของพวกเธอ แต่ว่าในเวลาสำคัญก็ไม่ควรละเลยไม่ใช่เหรอ แต่พวกเขากลับพูดคำพวกนี้ออกมาได้
“เจ้าคนอกัญญูแบบนี้ ตายอยู่ข้างนอกก็ช่างมันเถอะ อย่าให้พัวพันมาถึงพวกเราตระกูลเย่เลย”
“ใกล้จะมีการเลือกตั้งคณะกรรมาธิการทหารแล้ว ลั่วซงเฉิงอาจจะสามารถเข้าร่วมคณะกรรมาธิการทหารได้ พวกเราตระลเย่ไปหาเรื่องไม่ได้หรอก ไม่สู้มัดไอ้เด็กไม่รักดีคนนี้ส่งตัวไปให้ตระกูลลั่วเพื่อยอมรับโทษแต่โดยดีเถอะ จะฆ่าจะแกงก็แล้วแต่ตระกูลลั่วจะตัดสิน!”
เย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วไม่ได้มองเย่เทียนเฉินเป็นคนในครอบครัวเดียวกันเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะตอนที่ฉีชางเซิ่งแห่งตระกูลฉีมาขอถอนหมั้น พวกเขาทั้งสองคิดอยากจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ด้วย แต่กลับถูกคำพูดไม่กี่คำของเย่เทียนเฉินทำลายแผนการหาผลประโยชน์ของพวกเขาสองคนเสีบราบคาบ ผลประโยชน์ทั้งหมดไปตกอยู่กับครอบครัวของเย่หงน้องสาม ทำ