ไปก็เป็นคดีใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงในหนึ่งเดือนมานี้ ตำรวจเลวสองนายนี้ให้ตนเซ็นชื่อ เห็นได้ชัดว่าต้องการยัดเยียดข้อหาให้ ในสังคมที่ปกครองด้วยกฏหมายซึ่งยุติธรรมและตรงไปตรงมา นับว่าใจกล้าไม่เลวเลยทีเดียว
“ผมคงเซ็นไอ้นี่ไม่ได้หรอก ต่อให้ผมมีสิบคน ก็เกรงว่าจะทำไหว” เย่เทียนเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“แม่งเอ้ย แกรนหาที่ตายซะแล้ว บอกให้เซ็นก็เซ็นสิ ไม่ต้องพูดไร้สาระ” ตำรวจที่ถือกระบองไฟฟ้าเดินมาเบื้องหน้าเย่เทียนเฉิน กล่าวขึ้นพลางยกกระบองไฟฟ้า
“ถ้าผมไม่เซ็นล่ะ?” เย่เทียนเฉินกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว
“อยากตายนักใช่ไหม ฉันจะสั่งสอนบทเรียนให้แกดู”
การถูกเย่เทียนเฉินอัดทำให้ตำรวจเลวทั้งสองคนนี้รู้สึกโกรธแค้นอยู่ในใจ พวกเขาคิดว่าขอเพียงจับเย่เทียนเฉินขังไว้ในสถานีตำรวจได้ ก็จะเป็นทีของพวกเขาบ้าง แต่คิดไม่คิดว่าเย่เทียนเฉินจะยังคงแข็งกร้าว ไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามเลยสักนิด
นายตำรวจที่ถือกระบองไฟฟ้ายกกระบองขึ้นแล้วฟาดใส่ศีรษะของเย่เทียนเฉิน การรับมือกับคนที่ไม่ยอมร่วมมือและไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามอย่างเย่เทียนเฉิน พวกเขาย่อมมีวิธีการเฉพาะ และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำเรื่องเช่นนี้ การทรมานผู้คนเพื่อให้รับผิด เรื่องนี้ไม่นับว่าแปลกอะไรในสถานนีตำรวจ
“อ้าก!” เสียงร้องเสียงหนึ่งดังขึ้น นายตำรวจที่ยกกระบองฟาดใส่เย่เทียนเฉินคนนั้นถูกซัดจนปลิวออกไปก่อนจะล่วงลงพื้นจนลุกไม่ขึ้น ในขณะที่เขาร้องโหยหวนขึ้นราวกับหมูถูก