หลี่เถียยิ้มเล็กน้อย ใช้มือซ้ายขยำเบาๆ ที่หน้าอกของเสี่ยวฉิง ได้ยินเสียงกระสันอันรัญจวน จากนั้นก็พูดว่า
“เรื่องที่เกิดขึ้นในหลายวันมานี้ล้วนแต่ผิดปกติทั้งนั้น เรื่องของเจ้าเย่เทียนเฉินฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน ไม่ว่าเจ้าหมอนี่จะเป็นคนไม่เอาไหนจริงๆ หรือเสแสร้งมาตลอดยี่สิบปีก็ตาม ก็ควรระวังเอาไว้หน่อย ฉันไม่อยากจะเป็นแพะรับบาปหรือเครื่องสังเวยของใคร”
“ความหมายของคุณก็คือการกลับมาของเย่เทียนเฉินได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของตระกูลเย่ การจัดการกับตระกูลเย่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายขนาดนั้นอีกแล้ว ใช่ไหมคะ?” เสี่ยวฉิงเอ่ยปากถามอย่างชาญฉลาด
“ถูกต้อง ตระกูลเย่เมื่อก่อนไม่มีเสาหลัก แต่ในตอนนี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นเพราะการกลับมาของเย่เทียนเฉิน ตำแนห่งของฉันหลี่เถียไม่สูงนัก เทียบไม่ได้กับเหล่าคนใหญ่คนโตทั้งหลาย แต่ว่าฉันเชื่อในการมองคนของตัวเอง แค่เย่เทียนเฉินกล้าเข้าไปทำร้ายลั่วเหลยถึงตึกเทียนซ่างเหรินเจียน เย่เทียนเฉินในตอนนี้ไม่ใช่เย่เทียนเฉินคนเดิมอีกแล้ว การกำจัดตระกูลเย่ย่อมไม่ง่ายขนาดนั้นแน่นอน” หลี่เถียหยักหน้าตอบ
จริงๆ แล้ว ที่หลี่เถียให้ลูกน้องไปแจ้งความ ให้ตำรวจส่งคนไปตรวจสอบสาเหตุการตายของพวกเฉินหู่ ก็เพื่อยืมมือของตำรวจตรวจสอบความสามารถของเย่เทียนเฉิน
เขาอยากดูว่าเย่เทียนเฉินเก่งกาจขึ้นจริงๆ หรือแค่เสแสร้ง อีกอย่างถ้าหากตำรวจสามารถจัดการเย่เทียนเฉินได้เขาหลี่เถียก็คร้านจะลงมือเสี่ยงอั