ะกูลชั้นสองหรือชั้นสามได้ในทันที ถึงขั้นกลายเป็นตระกูลชั้นสี่ที่ถูกผู้อื่นดูถูก ซึ่งตระกูลเย่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีดี
“พี่ พี่ไม่ต้องพูดแล้ว เรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตของหนู หากหนูไม่ได้เป็นผู้กำหนดเองหนึ่งวัน หนูก็จะไม่กลับมาที่บ้านนี้หนึ่งวัน!”
ฉีหรูเสวี่ยเป็นคนที่สวยมาก และก็เป็นคนที่ดื้อรั้นมากเช่นกัน เติบโตที่ต่างประเทศตั้งแต่เด็ก ความคิดของเธอจึงเป็นอิสระและกล้าแสดงออก สำหรับมุมมองในเรื่องความรัก หากเป็นผู้ชายที่ไม่ได้ชอบก็จะไม่ชายตาแล แต่หากเป็นผู้ชายที่ชอบก็จะอ่อนโยนนุ่มนวลกับเขาราวกับสายน้ำ ต่อให้แค่คืนเดียวก็ไม่สนใจ เพียงแต่ยี่สิบปีมานี้ ไม่มีชายใดที่สามารถทำให้ฉีหรูเสวี่ยใจเต้นได้เลย ดังนั้นฉีหรูเสวี่ยที่มีนิสัยเช่นนี้จึงไม่ยอมประนีประนอมเด็ดขาด เธอเองก็ปรารถนามีความรักอันสมบูรณ์แบบที่ลึกซึ้งไม่มีวันลืม เธอจึงไม่ตอบรับการแต่งงานกับชายแปลกหน้าและร่วมหอลงโลงกันแบบนี้
“หยุดนะ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปไม่อนุญาตให้ลูกออกไปไหน อยู่แต่ในบ้านซะ เดือนหน้าต้องหมั้นกับตระกูลฉิน เรื่องนี้ลูกไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ!” ตอนนี้เอง ฉีชางเซิ่งพ่อของฉีหรูเสวี่ยก็เดินเข้ามาในห้อง กล่าวพลางมองฉีหรูเสวี่ยอย่างเคร่งขรึม
“พ่อ…” ดวงตาอันงดงามของฉีหรูเสวี่ยปกคลุมไปด้วยน้ำตา ตั้งแต่เล็กพ่อก็ไม่เคยปฏิบัติเช่นนี้กับตนมาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการตบตีตนเองเลย
“อย่ามาเรียกฉันว่าพ่อ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปแกไม่ได้รับอนุญ