ี่กินอาหาร ก็รู้สึกไม่เลวจริงๆ
“เธอ…” เย่เทียนเฉินมองสาวงามเบื้องหน้าอย่างตกตะลึง พูดอะไรไม่ออกไปครึ่งวัน
“อึ้งอะไร ฉันหิวแล้ว รีบไปย่างปีกไก่มาอีกหลายๆ ไม้สิ แล้วก็ช่วยเปิดเบียร์ขวดนี้ให้ฉันด้วย” สาวงามเบื้องหน้ากินน่องไก่ไปพลางพูดไปพลาง
สุดท้ายพอย้อนคิดไป เย่เทียนเฉินก็ไม่รู้ว่าทำไมตนเองถึงได้ทำตาม ทั้งไปย่างปีกไก่เพิ่มอีกหลายไม้ และยังช่วยสาวงามเบื้องหน้าคนนี้เปิดขวดเบียร์อีกขวดด้วย ดูเหมือนว่าตนเองกับเธอไม่ได้สนิทสนมกันนัก เพียงแค่เคยพบหน้ากันครั้งเดียวเท่านั้น อีกทั้งการพบหน้ากันในครั้งนั้นก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
จนกระทั่งหลังจากกินบาร์บีคิวทั้งหมดและดื่มเบียร์ทั้งสิบขวดจนหมดเกลี้ยง เย่เทียนเฉินค่อยสังเกตเห็นว่าสาวงามที่นั่งอยู่ตรงข้ามตนก็หยุดปากเล็กๆ สีแดงชุ่มชื้นของเธอ หยิบกระดาษทิชชูแผ่นหนึ่งออกมาจากอก หลังจากที่เช็ดมุมปากเล็กน้อย ก็ใช้ดวงตาอันงดงามของเธอมองเย่เทียนเฉินแล้วกล่าวว่า “ยังไม่รีบไปเช็คบิลอีก มองฉันทำไมมิทราบ?”
“หา? เช็คบิล นี่ฉีหรูเสวี่ย ฉันว่าดูเหมือนเธอจะกินเยอะที่สุดไม่ใช่เหรอ? อีกอย่างพี่ชายสุดหล่อคนนี้ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับเธอ ทำไมต้องเลี้ยงบาร์บีคิวเธอด้วย?” เมื่อเย่เทียนเฉินได้สติกลับมาก็พูดอย่างไม่พอใจ
ที่แท้ตอนที่เย่เทียนเฉินกำลังกินบาร์บีคิวและดื่มเบียร์อย่างสุขอุราอยู่นั้นเอง ฉีหรูเสวี่ยกลับลากกระเป๋าเดินทางของตนโผล่ออกมา ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็เริ่มต้