ากบ้านเพื่อมาหานายโดยเฉพาะ นายจะมาทำตัวใจร้ายอย่างนี้ไม่ได้นะ” ฉีหรูเสวี่ยทำหน้าบึ้งตึงพลางกล่าวออกมา
เย่เทียนเฉินย่อมไม่เชื่อคำพูดของฉีหรูเสวี่ย แม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะสวยมากก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาแม้แต่น้อย เธอออกจากบ้านมาเพื่อตามหาเขาโดยเฉพาะ? คงจะทีแต่คนโง่สติไม่ดีเท่านั้นถึงจะเชื่อคำพูดของฉีหรูเสวี่ย
“ฉันขี้เกียจสนใจเธอแล้ว ทางใครทางมันเถอะ!” พอเย่เทียนเฉินพูดจบก็เดินไปข้างหน้าต่อ
เมื่อเห็นแผ่นหลังของเย่เทียนเฉิน ฉีหรูเสวี่ยก็โกรธจนปวดฟัน ในใจก่นด่าเย่เทียนเฉินว่าช่างไม่มีอีคิวเอาเสียเลย ตนเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว เอ่ยปากขอกลับไปอยู่กับเจ้าหมอนี่ออกมาด้วยตัวเอง หากเป็นผู้ชายคนอื่นคงจะดีใจจนบ้าไปแล้ว ใครจะรู้ว่าเจ้าหมอนี่นอกจากจะไม่เข้าใจเจตนา ยังมาปฏิเสธเธออีก
“นี่ นายรอด้วยสิ รอด้วย ถึงยังไงฉันก็เป็นภรรยาในอนาคตของนายนะ พวกเรายังไม่ได้ยกเลิกการหมั้นหมายสักหน่อย!” ฉีหรูเสวี่ยลากกระเป๋าเดินทาง เท้าที่สวมรองเท้าส้นสูงสีแดงวิ่งเหยาะๆ ตามหลังเย่เทียนเฉินพลางตะโกน
“ไม่มีทาง เธอพูดออกมาได้ไงกัน ตระกูลฉีของเธอต่างหากที่ขอถอนหมั้นกับตระกูลเย่ของฉัน แล้วฉันไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับเธอ ก็เลยจำเป็นต้องถอนหมั้น ไม่ต้องตามฉันมา!” เย่เทียนเฉินรู้สึกหมดคำพูด ในใจก็คิดว่า ฉีหรูเสวี่ยช่างกล้าพูดออกมาจริงๆ ขนาดอยู่บนถนนก็ยังกล้าตะโกนออกมาว่าเธอเป็นภรรยาในอนาคตของตน
………………………………………………