ี้แม้จะแสร้งทำเป็นพูดคุยกัน แต่กลับมองมาทางที่ตนอยู่เป็นครั้งคราว ราวกับกลัวว่าตนจะวิ่งหนีไป
ใครกันที่กำลังสะกดรอยตามเขา? แล้วเป็นคนที่ใครส่งมากัน? เย่เทียนเฉินขมวดคิ้ว การถูกคนสะกดรอยตามไม่ใช่เรื่องดี ต้องระมัดระวังสักหน่อย
ในตอนที่เย่เทียนเฉินกำลังเตรียมตัวเดินเข้าไปซัดพวกที่สะกดรอยตนเองให้หมอบ แล้วเค้นถามสักเล็กน้อย โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น โทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบัน เย่เทียนเฉินยังใช้ไม่ค่อยคุ้นมืออยู่บ้าง ในช่วงสิ้นโลกเพียงแค่สวมหูฟังแค่อันเดียว อยากจะติดต่อหาใครเรียกชื่อครั้งเดียวก็พอแล้ว เป็นแบบที่เชื่อมต่อกันทั้งโลก
“ฮัลโหล มีอะไรเหรอครับ?” เย่เทียนเฉินกดปุ่มรับสายถูกอย่างยากลำบาก แล้วกล่าวถามออกไป
“คุณ คุณเป็นพี่ชายของเชี่ยนเหวินใช่ไหม? เชี่ยน เชี่ยนเหวินเธอ เธอ….ฮือๆ!” ที่ปลายสายมีเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังขึ้น
“อะไร? เชี่ยนเหวินเป็นอะไร? เธอใจเย็นๆ ก่อน ค่อยๆ พูด ค่อยๆ พูด” ทันใดนั้นเย่เทียนเฉินใจเต้นตูมตาม มีลางสังหรณ์ไม่ดี อาจจะเกิดอะไรขึ้นกับเชี่ยนเหวินก็เป็นได้ ในใจของเขาร้อนรนเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังพยามควบคุมอารมณ์ที่แปรปรวนให้สงบลงแล้วกล่าวถาม
“ฮือๆ….เชี่ยน เชี่ยนเหวิน เธอ เธอถูกคนลักพาตัวไปแล้ว ฉันอยู่หน้าประตูโรงเรียน….”
“โอเค เธออยู่ตรงนั้นอย่าขยับไปไหน ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
เมื่อได้ยินว่าเย่เชี่ยนเหวินผู้เป็นน้องถูกคนลักพาตัว เย่เทียนเฉินก็อดไม่ได้ที่จะเครียดขึ้นม