ึ้นรถหนีไป….ฮือๆ”
“คนที่พาเชี่ยนเหวินไปพูดอะไรบ้างไหม?” เย่เทียนเฉินกล่าวถามพลางขมวดคิ้ว
“ไม่ค่ะ!” เสี่ยงชิงร้องไห้ ตอบพร้อมกันส่ายหน้า
เย่เทียนเฉินชะงักไปชั่วครู่ รู้สึกตึงมือมาก ไม่ทราบว่าใครจับน้องสาวของตนไป อีกทั้งพลังรับรู้ของตนเองในตอนนี้ก็มีอาณาเขตเพียงหนึ่งร้อยเมตร ถ้าหากว่าสามารถฟื้นฟูกลับสู่ขอบเขตพลังระดับพระเจ้าได้ ก็จะสามารถขยายขอบเขตการรับรู้ให้กว้างมากขึ้น ซึ่งบางทีอาจจะหาตัวเย่เชี่ยนเหวินผู้เป็นน้องพบก็เป็นได้
ตอนนี้ เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือของเย่เทียนเฉินก็ดังขึ้น พอดูก็พบว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ของเย่เชี่ยนเหวินผู้เป็นน้องที่โทรมา เย่เทียนเฉินชะงักไปชั่วครู่ ก่อนกดปุ่มรับสาย
“เย่เทียนเฉิน แกแม่งกล้ามาทำร้ายฉัน เบื่อชีวิตแล้วล่ะสิท่า น้องสาวแกอยู่ในมือฉัน จะอัดจะฆ่าจะข่มขืน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับคำพูดของฉันแค่ประโยคเดียว”
“เฉินหาว ฉันขอเตือนแกว่าอย่าแตะต้องน้องสาวฉัน ไม่งั้นตาย” เย่เทียนเฉินกล่าวเสียงเข้ม
“ฮ่าๆๆๆ แกแม่งถึงตอนนี้ยังกล้ามาขู่ฉันอีก ฉันเฉินหาวไม่กลัวหรอกโว้ย ถ้าหากอยากช่วยน้องสาวแกล่ะก็ มาที่โรงงานร้างในชานเมืองเขตตะวันตก มาคนเดียวล่ะ ไม่งั้นแกจะไม่ได้เจอหน้าน้องสาวแกอีก” เฉินหาวกล่าวพลางหัวเราะอย่างยโสโอหัง
“ฉันต้องการคุยกับน้องสาวฉัน”
“ไม่มีปัญหา ยังไงแกก็ต้องตายอยู่แล้ว ให้แกฟังสักหน่อยก็แล้วกัน”
เฉินหาวเอาโทรศัพท์แนบกับใบหูของเย่เชี่ยนเหวิน ตอนนี้เย่เชี่ย