ตอนนี้เอง เมื่อเหอฉี่ซานและผู้ถือหุ้นรายย่อยคนอีกสี่คนได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉิน ก็เปลี่ยนจากประหลาดใจเป็นยินดี นึกไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินจะซื้อหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ในมือของฉีย่ากวง และบอกว่าจะแบ่งให้พวกเขาทั้งสี่คน หากเป็นเช่นนี้จริงในมือของผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างพวกเขาก็จะมีหุ้นเพิ่มขึ้นอีกคนละห้าเปอร์เซ็นต์ ในหนึ่งปีได้มากขึ้นหลายพันล้าน ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เหตุใดจะไม่ยินดีล่ะ
“ผม ผมว่าวิธีนี้เหมาะสม จะอย่างไรพี่ฉีก็มาที่เครือไห่หวังไม่บ่อยอยู่แล้ว”
“ใช่แล้ว ตระกูลฉียอดเยี่ยมในทุกๆ ด้าน เครือไห่หวังจะนับเป็นอะไรได้ อีกอย่างเงินห้าพันล้านซื้อหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ก็ไม่นับว่าขาดทุน”
“พี่ฉีลองพิจารณาดูหน่อยเถอะ ถึงอย่างไรการพัฒนาบริษัทก็มีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา”
“ทำไมไม่ขายให้ประธานเย่ล่ะ?”
เมื่อผลประโยชน์มาอยู่ต่อหน้า ผู้ถือหุ้นรายย่อยทั้งสี่ที่ดูถูกเย่เทียนเฉิน และยืนอยู่ข้างฉีย่ากวงในตอนแรกก็อดใจต่อความยั่วยวนไม่ไหว ทุกคนต่างก็ย้ายไปอยู่ข้างเย่เทียนเฉิน ทำให้ฉีย่ากวงโกรธจนแทบกระอักเลือด
“พวกคุณ….”
“เอาล่ะ ฉันไม่อยากจะพูดอะไรไร้สาระแล้ว ถ้านายอยากทำงานในเครือไห่หวังต่อ งั้นก็อยู่ต่อ ถ้าไม่อยาก ฉันก็จะขอรับหุ้นของนาย”
แม้ว่าช่วงเวลาสิ้นโลกที่เย่เทียนเฉินอยู่จะเป็นยุคที่เต็มไปด้วยการรบราฆ่าฟัน ในฐานะที่เป็นผู้มีพลังพิเศษระดับพระเจ้า พบกับการต่อสู้เอาชีวิตอยู่ตลอดเวลา จึงไม่ค่อยรู้เรื่อง