ได้สนใจเรื่องจะถอนหรือไม่ถอนหมั้น กล่าวตามจริง กระทั่งหน้าตาของฉีหรูเสวี่ยก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน จะไปมีความรู้สึกชอบพอมาจากที่ไหน ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ผู้อาวุโสตระกูลฉีกับผู้อาวุโสตระกูลเย่จัดการ
“รอเดี๋ยว น้องของฉันยังมาไม่ถึง เธอจะมาเซ็นหนังสือสัญญายกเลิกการหมั้นหมายกับนายด้วยตัวเอง และถือว่าเป็นการสิ้นสุดความสัมพันธ์โดยสิ้นเชิง” ฉีย่ากวงกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา
“จริงๆ ก็ไม่เป็นไรหรอก ฉันเซ็นก่อนก็ได้ ยังมีธุระด่วนต้องไปทำ หากว่าถึงตอนนั้นต้องเจอคนอัปลักษณ์ เดี๋ยวกินข้าวเที่ยงไม่ลงกันพอดี….”
“นายสิอัปลักษณ์!”
เย่เทียนเฉินเพิ่งจะพูดจบ เสียงผู้หญิงอันหวานเพราะพริ้งและเจือความขุ่นเคืองเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ประตูบานใหญ่ของห้องประชุมถูกเปิดออก สาวงามคนหนึ่งซึ่งสวมชุดเดรสลายดอกไม้ สวมรองเท้าส้นสูงสีแดง ร่างกายสูงประมาณร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร เดินเข้ามาในห้องประชุม จ้องมองยังเย่เทียนเฉินด้วยใบหน้าบึ้งตึง
เมื่อเห็นว่าสางงามคนนี้กำลังใช้ดวงตาอันสวยงามของเธอจ้องมายังตนเอง เย่เทียนเฉินอดชะงักไปชั่วครู่ไม่ได้ นี่คือผู้หญิงที่เจอตรงประตูเข้าตึกของเครือไห่หวังคนนั้นไม่ใช่เหรอ? หรือว่าเธอคือ….
“พี่ คนๆ นี้คือเย่เทียนเฉินงั้นเหรอคะ?” สาวงามเดินมายังเบื้องหน้าของเย่เทียนเฉิน แล้วกล่าวถามด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
“ใช่แล้วน้อง เขาก็คือเย่เทียนเฉิน” ฉีย่ากวงกล่าวเสียงเย็น
น้องสาว? น้องสาวของฉีย่ากวงก็คือฉีหรูเสวี่ยไ