ับ ฉีหรูเสวี่ย คนเหล่านั้นต่างก็เป็นพวกสุรุ่ยสุร่าย ถึงยังไงเขาก็ไม่เคยเห็นน้องสาวจะเต็มใจพูดคุยกับผู้ชายเช่นนี้ และยังเป็นชายที่ต้องการถอนหมั้นกับตัวเธออีกด้วย
“พี่ ห้ามเอาให้เขานะ ถ้าเจ้าหมอนี่ไม่พูดกับฉันให้ชัดเจน ฉันจะไม่เห็นด้วยกับการถอนหมั้นเด็ดขาด” เมื่อ ฉีหรูเสวี่ยเห็นว่าเย่เทียนเฉินไม่เห็นตนเองอยู่ในสายตา ก็เอ่ยปากขึ้นอย่างดุดันพลางทำปากจู๋
“หา? ไม่ถอนหมั้น?”
คำพูดของฉีหรูเสวี่ยทำให้พวกผู้ถือหุ้นที่อยู่ตรงนั้นต่างก็ตกตะลึงจนคางแทบจะหลุด ประมุขตระกูลฉีเป็นฝ่ายไปขอถอนหมั้นกับตระกูลเย่ถึงที่ และให้เงื่อนไขการชดเชยโดยไม่เสียดาย แต่ตอนนี้ฉีหรูเสวี่ยดันฉีกสัญญากับเย่เทียนเฉิน ไม่ยอมถอนหมั้นกับเขา นี่มันคืออะไรกัน
“ยังไงก็ต้องถอนหมั้น รีบเอาหนังสือสัญญาถอนหมั้นออกมาเร็ว เดี๋ยวฉันเซ็นชื่อเสร็จก็จะไปแล้ว ไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับตระกูลฉีของเธอแม้แต่นิดเดียว อีกอย่างฉันยุ่งมาก ไม่มีเวลามาคุยไร้สาระกับเธอหรอก” เย่เทียนเฉินกล่าวอย่างรำคาญ
“ไม่ได้ นายกล้าดูถูกฉันคนนี้ การหมั้นนี้ฉันไม่ยกเลิกแล้ว” ฉีหรูเสียกล่าวออกมาในขณะที่ใบหน้ารูปไข่อันสวยงามบึ้งตึง ด้วยท่าทางอยากจะกระโดดไปกัดเย่เทียนเฉิน
“หรูเสวี่ย เรื่องนี้พ่อตัดสินใจถอนหมั้นกับตระกูลเย่ และเตรียมตัวให้เธอแต่งงานกับฉินเหิงจากตระกูลฉินแล้วนะ” ฉีย่ากวงรีบลากน้องสาวของตนมาพูดคุยอีกด้านหนึ่ง
“อะไร? ทำไมพ่อทำแบบนี้ ฉันไม่ใช่สินค้านะ มาเร่ข