ั้งนานแล้ว
หากจะพิจารณาภูมิหลังของตระกูลลั่วและผลเสียจากการทำร้ายลั่วเหลยสองพี่น้องจริงๆ คืนนี้เย่เทียนเฉินก็คงไม่มาที่เทียนซ่างเหรินเจียนแห่งนี้แล้ว
เมื่อได้ยินคำด่าของลั่วเหลย เย่เทียนเฉินไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย กากเดนผู้นี้ไม่คู่ควร เขาเดินไปยังเบื้องหน้าของชายอ้วนเตี้ยที่ร้องโหยหวนอยู่บนพื้น จากนั้นก็โยนผ้าเช็ดมือสีขาวไปบนศีรษะของชายอ้วนเตี้ยก่อนจะนั่งลงไป
คำพูดเมื่อครู่ของชายร่างอ้วนเตี้ย เย่เทียนเฉินได้ยินจากข้างนอกหมดแล้ว ในเมื่อชายร่างอ้วนบอกว่าจะให้ตัวเขาใช้ศีรษะเป็นม้านั่ง จะดีจะร้ายก็ต้องให้เกียรตินี้หน่อยไม่ใช่หรือ?
เมื่อเย่เทียนเฉินนั่งลงไป ชายร่างอ้วนเตี้ยคนนั้นก็ไม่ส่งเสียงร้องโหยหวนอีกต่ออีก ไม่ทราบว่าเป็นหรือตาย ทำให้ลั่วเหลยกับชายสวมแว่นกรอบทองตกตะลึง พวกเขารู้สึกว่าชายตรงหน้าทำให้ผู้คนคาดเดาไม่ออกจริงๆ ราวกับว่าเขาแค่ทำตามใจตัวเอง ไม่เกรงกลัวต่ออำนาจ และไม่พูดอะไรมากความ
“เย่เทียนเฉิน แกกล้าสู้กับฉัน กล้าสู้กับตระกูลลั่วของฉัน คงรู้ผลที่จะตามมาดีใช่ไหม?” ลั่วเหลยกลั้นความเจ็บปวดพลางลุกขึ้นยืน แล้วตะโกนออกไปด้วยความโกรธ
การโจมตีครั้งนี้ร้ายแรงสำหรับลั่วเหลยจริงๆ เดิมทีในความคิดของเขา เย่เทียนเฉินไม่มีทางมีความสามารถขนาดนี้เด็ดขาด การที่ตระกูลลั่วจะเหยียบย่ำตระกูลเย่ให้ตายง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก การที่ตนเองจะเหยียบเย่เทียนเฉินให้ตายก็ง่ายดายราวกับบี้แมลงสักตัว