กษียณ ถึงตอนนั้นตำแหน่งนี้ พวกเราจะพยายามเพื่อให้พี่เย่ได้ไป” ฉีชางเซิ่งไม่รอให้เย่หงพูดก็รีบเปิดปากพูดออกมาก่อน
เมื่อได้ฟังคำพูดนี้ของฮีชางเซิ่ง ผู้อาวุโสตระกูลเย่ พี่ใหญ่และพี่รองของเย่หง ต่างก็มีรอยยิ้มยินดีบนใบหน้า จากรองผู้ว่าดารขึ้นไปเป็นเลขานุการคณะกรรมการ เป็นการข้ามไปหลายขั้น สามารถขึ้นไปสู่ตำแหน่งใหญ่โตเช่นนี้ได้ ตระกูลเย่คิดไม่ถึงจริงๆ
“ผมไม่ต้องการ ผมแค่อยากจะคุยข้อตกลงเพื่อลูกชายของผมเท่านั้น” เย่หงไม่หวั่นไหว ในสายตาของเขาครอบครัวญาติพี่น้องนั้นสำคัญกว่าทุกสิ่ง
“เหอๆ ผู้อาวุโสเย่ อย่างไรเสียคราวนี้ก็เป็นตระกูลฉีของผมที่ทำไม่ถูก เพื่อแสดงความขอโทษ ผู้อาวุโสก็พูดแล้วว่า จะโอนหุ้นครึ่งหนึ่งของเครือไห่หวางให้ตระกูลเย่” ฉีชางเซิ่งหัวเราะแห้งๆสองครั้ง เสนอสิ่งแทนสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพไปอีกครั้งหนึ่ง
ในตอนที่คนตระกูลเย่ยังไม่ตอบนั้น เย่เทียนเฉินก็ลุกขึ้น บิดขี้เกียจครั้งหนึ่งก่อนจะพูดว่า “ในเมื่อตระกูลฉีมีความจริงใจเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงแล้วกัน อย่างแรก พ่อของผมตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมการของพ่อผมต้องได้ อย่างที่สองหุ้นครึ่งหนึ่งของเครือไห่หวางก็โอนมาให้ผม หากว่าทำไม่ได้อย่างที่พูด ตระกูลฉีคงต้องเสียหน้าครั้งใหญ่แล้ว ผมคิดว่าตระกูลฉีคงไม่อยากเสียหน้าหรอกนะครับ?”
…………………………