าความลับ ห้ามทำให้เรื่อวนี้รั่วไหลออกไปแม้แต่ครึ่งคำ อีกทั้งก่อนที่เขาจะจากมา คำพูดประโยคนั้นของชางหลางก็ทำให้เย่เทียนเฉินต้องขบคิด
“ถ้าหากนายเป็นดาวที่เปล่งประกายจริงๆล่ะก็ จะอย่างไรก็ต้องส่องแสง ในโลกนี้ไม่ว่าจะที่ไหนต่างก็มีการต่อสู้ทั้งนั้น มีความยุ่งยากบางอย่างที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้”
เดินออกมาจากค่ายทหารที่ถูกปิดกั้นจากภายนอก เย่เทียนเฉินก็บิดขี้เกียจครั้งหนึ่ง เดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบถูกผูกมัด การได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีเป็นสิ่งที่เขาต้องการที่สุด ในโลกก่อนมีแต่ต่อสู่ต่อสู้ต่อสู้อยู่ตลอด ทำให้เขารู้สึกหดหู่เล็กน้อย เกิดใหม่ในโลกนี้เย่เทียนเฉินก็อยากจะเสพสุขกับชีวิตสักหน่อย แต่ความคิดนี้ของเขาจะสมปรารถนาหรือไม่?
“นายพลชาง ข้อมูลตรงส่วนนี้ของเย่เทียนเฉินยังไม่ได้กรอกครับ” เถี่ยฉุยถือเอกสารแผ่นหนึ่งเดินเข้ามา ส่งให้ชางหลางพลางกล่าวขึ้น
ชางหลางรับแฟ้มเอกสารมาดู พบว่าในเอกสารของเย่เทียนเฉินมีเว้นว่างอยู่ที่หนึ่ง หน้าช่องว่างนั้นมีคำว่า “ระดับการสู้รบ” เขียนไว้ ชางหลางคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเขียนคำว่า “ไม่ทราบ” ลงไป จากนั้นจึงกล่าวกับเถี่ยฉุยว่า “เอาของมูลของเขาส่งไปที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ จัดเป็นความลับระดับหนึ่ง”
ไม่ทราบระดับการสู้รบ นี่เป็นครั้งแรกที่ชางหลางประเมินลูกน้องของตนเช่นนี้ มีสถานะเป็นหนึ่งในสามราชันนักรบบูรพา ชางหลางก็นับว่าผ่านการอ่านคนมานับไม่ถ้วน แต่